วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Cryptocurrency

Cryptocurrency หรือหากแปลเป็นไทยตรงตัวก็คือ “สกุลเงินที่ถูกเข้ารหัส” ซึ่งเป็นการเล่นคำสองคำคือ cryptography และ currency เข้าด้วยกัน นั่นหมายความว่า BitcoinEthereum, Litecoin ที่คุณได้ยินเพื่อน ๆ หรือบนทีวีพูดกันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน และจับต้องไม่ได้ ซึ่งมันจะทำงานอย่างลับ ๆ ในคอมพิวเตอร์ สิ่งที่คุณจะสามารถมองเห็นได้ก็มีเพียงแค่ตัวเลข
  เนื่องจากว่า cryptocurrency นั้นแตกต่างจากสกุลเงินดิจิตอลแบบเก่า ดังนั้นธุรกรรมที่เกิดขึ้นต่อหลังจากนี้จะไม่ถือเป็นการสร้างเงินขึ้นมาส่งใหม่ แต่จะเป็นการถูกนำไปส่งทำธุรกรรมต่อ ความได้เปรียบของ Bitcoin หรือ cryptocurrency นั้นก็คือ Blockchain ที่ทำหน้าที่เป็นสมุดบัญชีเก็บธุรกรรมเหล่านี้จะเก็บหลักฐานการทำธุรกรรมไว้หมดตั้งแต่อดีตปฐมกาล จนถึงปัจจุบัน นั่นหมายความว่าผู้ใช้งานสามารถที่จะตรวจสอบหาแหล่งที่มาได้ไปจนถึงจุดเริ่มต้นของมันเลย

Cryptocurrency  รูปแบบในปี 2563
                          "โลกต้องการสกุลเงินดิจิทัล ที่เชื่อถือได้"
จากประโยตช้างบนนี้ จึงมีผู้สนใจสร้างสกุลเงินขึ้นมาใหม่นำร่องโดยผู้เป็นเจ้าของ Facebook คือ
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ให้ชื่อสกุลเงินนี้ว่า " LIBRA "



โดยสิ่งที่จะทำให้โครงการนี้สำเร็จได้จะประกอบไปด้วย 3 เรื่องที่สำคัญ คือ
           1. Libra จะถูกสร้างอยู่บน Blockchain ที่มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และสามารถรองรับผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากระดับพันล้านคนได้
           2. Libra จะถูกค้ำโดยเงินสำรอง ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง โดยไม่ได้อิงจากเพียงสกุลเงินเดียว แต่เป็นตะกร้าของสกุลเงินประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น เงินฝากธนาคาร และพันธบัตรรัฐบาล เพื่อทำให้เกิดมูลค่าในตัวมันเอง (Intrinsic Value)
           3. Libra จะถูกกำกับดูแลโดยหน่วยงานอิสระ ชื่อ Libra Association ผ่าน Founding Members ในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยตอนแรกจะเริ่มจาก 27 หน่วยงาน

           กลุ่ม Payments ประกอบด้วย Mastercard, PayPal, PayU, Stripe และ Vila

           กลุ่ม Technology ประกอบด้วย Booking Holdings, eBay, Facebook/ Calibra, Farfetch, Lyft, Mercado Pago, Spotify AB และ Uber Technologies

           กลุ่ม Telecommunications ประกอบด้วย Iliad และ Vodafone Group

           กลุ่ม Blockchain ประกอบด้วย Anchorage, Bison Trails, Coinbase และ Xapo Holdings

           กลุ่ม Venture Capital ประกอบด้วย Andreessen Horowitz, Breakthrough initiatives, Ribbit Capital, Thrive Capital และ Union Square Ventures

           รวมถึงกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่ง โดยคาดว่าจะมี 100 สมาชิกเข้าร่วมภายในครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2563

โดยการให้บริการจะเริ่มจาก การโอนเงิน Libra ในสมาร์ตโฟน ผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp และ Messenger ไม่ต่างจากที่เราส่งรูป หรือข้อความในนั้น และต่อมาปีหน้าก็จะมีแอปพลิเคชันแยกต่างหากชื่อ "Calibra"

           แอปพลิเคชัน Calibra จะกลายไปเป็นกระเป๋าเงินของคนทั้งโลก โดยมีการแยกข้อมูลด้านการเงิน และบัญชีผู้ใช้โซเชียลออกจากกัน นั่นหมายความว่าถ้าบัญชีโซเชียลเราถูกขโมย หรือถูกแบน ไม่ได้แปลว่ากระเป๋าเงินของเราจะหายไปด้วย

           และที่สำคัญคือ Calibra จะถูกกำกับดูแลไม่ต่างจากสถาบันการเงินอื่น ๆ อะไรก็ตามที่อยู่ใน Calibra จะไม่ได้ถูกแชร์ไปที่ Facebook

           ในตอนแรก Calibra จะสามารถส่งเงิน Libra ให้แก่กันโดยมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากจนถึงฟรี และในที่สุด Libra จะถูกใช้ในการซื้อสินค้าบริการในชีวิตประจำวัน เช่น สามารถใช้ซื้อกาแฟ, จ่ายบิล หรือแม้แต่จ่ายเงินค่าโดยสาร โดยที่เราไม่จำเป็นต้องถือเงินสด หรือแม้แต่บัตรโดยสารใด ๆ

ref ; ลงทุนแมน / thestandard.co / sanook.com

** มาคอยติดตามกันว่าจะได้รับการยอมรับจากประชากรโลกหรือไม่ รวมถึงแนวความคิดจะเป็นจริงได้
100% ไหม เพราะเราเคยเจอกับ Bitcoin มาแล้ว ปัญหาความเสี่ยง ความน่าเชื่อถือ แล้วเป็นไง.......

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

Coding & Emotion

Coding สร้างการเรียนรู้ทางความคิด
การเรียนการสอน Coding เป็นการปูพื้นฐานสำคัญในผู้เรียนสามารถ ‘คิดเชิงคำนวณอย่างเป็นระบบ’ (Computational Thinking Skills) ควบคู่กับการบูรณาการร่วมกับศิลปะทำให้เกิดทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาศักยภาพเด็กไทยให้ คิดเองได้ ทำเองเป็น สร้างสรรค์นวัตกรรม เตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 21 และนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 คลิปด้านล่างแสดงผลลัพธ์ของผู้สร้างคลิปว่าเกิดจากการรับรู้จาก Coding สร้างการเรียนรู้ทางความคิด จึงจัดระบบวิธีนำเสนอได้เป็นอย่างดี


แต่อย่าสงลืม สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ

Emotion การเรียนรู้ทางอารมณ์ โดยทั่วไป "อารมณ์" จะส่งผลต่อวิธีคิดและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมถึงการตัดสินใจ การมีความฉลาดทางอารมณ์จะส่งผลต่อความเข้าใจและการใช้อารมณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม จึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจอารมณ์อย่างเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ 

** พ่อแม่ครูอาจารณ์ อาจจะต้องทบทวนการเรียนการสอนกันใหม่ให้ครบทวนกระบวนความ ซึ่งจะว่า
Emotion การเรียนรู้ทางอารมณ์ ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าด้าน Coding สร้างการเรียนรู้ทางความคิด
สังเกตุจากข่าวต่างๆ ในยุคนี้ ที่เกิดเหตุการณ์ล้วนมาจากทางด้านอารมณ์เป็นส่วนใหญ่ รบกวนผู้ที่มีหน้าที่และมีบทบาททางด้านการเรียนการสอนในทุกระดับชั้น ช่วยกันแก้ไขชี้หรือนำทางที่ถูกต้อง แก่ลูกหรือลูกศิษย์ อาจต้องใช้ความรู้ด้านพระธรรมคำสั่งสอนทางศาสนามาช่วยก็ได้ จะเป็นการดี สาธุๆ

ref ; Aksorn Nex Station  idreamba.blogspot.com



วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2562

Computer Science Survive

ในบทความนี้ขออ้างถึงสิ่งที่วางรากฐานความคิดเยาวชนไทยให้อยู่ได้ในอนาคตบนโลกดิจิตอล
วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (อังกฤษcomputer science) เป็นศาสตร์เกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าทฤษฎีการคำนวณสำหรับคอมพิวเตอร์ และทฤษฎีการประมวลผลสารสนเทศ ทั้งด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และ เครือข่าย ซึ่งวิทยาการคอมพิวเตอร์นั้นประกอบด้วยหลายหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ระดับนามธรรม หรือความคิดเชิงทฤษฎี เช่น การวิเคราะห์และสังเคราะห์ขั้นตอนวิธี ไปจนถึงระดับรูปธรรม เช่น ทฤษฎีภาษาโปรแกรม ทฤษฎีการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทฤษฎีฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ และ ทฤษฎีเครือข่าย
“วิทยาการคำนวณ” คือวิชาที่ปรับหลักสูตรมาจากวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 
ต่อไปนี้เด็กตั้งแต่ประถม ถึงระดับมัธยม จะได้ร่ำเรียนกัน ถือว่าเป็นวิชาบังคับนะครับ อยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ พอเปิดเทอมพฤษภาคมปี 2561 ก็เริ่มเรียนแล้ว
ในหลักสูตรที่น่าสนใจ
      เนื้อหาในระดับพื้นฐาน
          -  วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science: CS)
          -  เทคโนโลยสารสนเทศและการสื่อสาร (Information Communication Technology: ICT)
          -  การรู้ดิจิทัล (Digital Literacy: DL)
      เนื้อหาเด่นของวิชานี้คือ พื้นฐานการคิดเชิงคำนวณ (computational thinking) ที่มี 4 องค์ประกอบสำคัญ
          -  การแบ่งปัญหาใหญ่ให้เป็นปัญหาย่อย (decomposition) 
          -  การมองหารูปแบบของปัญหา (pattern recognition)
          -  การคิดเชิงนามธรรม (abstraction)
          -  ออกแบบขั้นตอนวิธีการแก้ปัญหา (algorithm design)

      การวัดผล “เน้นการคิดให้เป็น” มากกว่าการท่องจำ
            โดยเด็กเล็กจะวัดผลจากกิจกรรมในห้องเรียนและการสังเกตพฤติกรรม เช่น ให้เขียนขั้นตอนการทำไข่เจียวเพื่อวัดผลเรื่องอัลกอริทึมง่ายๆ 
             ส่วนเด็กโตจะเริ่มวัดผลแบบข้อเขียน แต่เปิดกว้างและเน้นคิดมากกว่าการท่องจำ


ดังนั้น วิชานี้ไม่ได้ทำให้ลูกยิ่งติดหน้าจอ ติดเกม หรือโลกโซเชียล
เพราะหัวใจหลักสูตรต้องการ “ให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ได้ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาจากข้อมูลได้ และรู้เท่าทันเทคโนโลยี”


ผมเห็นชอบด้วยในเนื้อหาเด่นไม่ได้เน้นแต่วิชาการ แต่สอนคิดเป็นแบบเป็นระบบและสามารถประยุกต์ใช้วิธีคิดเชิงคำนวณได้กับทุกสาขาอาชีพ แม้แต่กับดำเนินชีวิตจริง ผลที่จะได้คงจะนำพาให้มีการพัฒนาวิทยาการอีกหลายแขนงวิชา
ref; kruvoice.com, th.wikipedia.org, twitter.com/eduzones ,ขอบคุณรูปภาพจาก myfirstBrain.com

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562

สายงานอาชีพด้าน IT

สาย IT เส้นทางอาชีพยุคปัจจุบัน

สายผู้บริหารไอที (IT Management)
ผู้บริหารสารสนเทศขององค์กร (IT Management)  จะต้องมีประสบการณ์ด้านสายงานไม่ต่ำกว่า 5 ปี 
ถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางตำแหน่งสูงสุดน่าจะเป็น IT/MIS Manager แต่ถ้าเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นมาต่ำแหน่งระดับสูงที่ดูแลส่วนไอทีจะใช้ตัว C นำหน้า เช่น CIO, CTO อันนี้ก็แล้วแต่ว่าแต่ละบริษัทจะมีความต้องการอะไร

อาชีพสายนักเขียนโปรแกรม (Programmer Jobs)
สำหรับสายงานอาชีพด้านนักเขียนโปรแกรม ส่วนมากจะจบจากสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์(Computer Science) เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology) หรือ สายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineering)  และนี่คือ อาชีพที่แบ่งออกตามสายงานด้านโปรแกรมเมอร์
สายงานด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst Jobs)
นักวิเคราะห์ระบบงานจะทำหน้าที่วิเคราะห์ระบบงาน ก่อนการส่งงานให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมสำหรับอาชีพสายนี้หากผ่านงานสาย การเขียนโปรแกรมมาก่อนจะเป็นการดีมาก 
สายงานด้าน ผู้ดูแลระบบเครือข่าย (Network Admin Jobs)
ผู้ดูแลระบบเครืองข่าย หรือ  Admin จะเป็นผู้ดูแลระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กร แบ่งได้ 3 สายย่อย ตามชนิดระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน สำหรับ งานสาย Network Admin Jobs แบ่งออกเป็นหลายตำแหน่งด้วยกัน ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานที่เราไปสมัครเขาเน้นใช้ OS ค่ายไหน
สายงานด้านเว็บไซต์ (Website)
สายงานด้านนี้ ปัจจุบันถือได้เป็นพื้นฐานของเกือบทุกสาขาอาชีพ เพราะคนหันมาใช้อินเทอร์เน็ตกันมากขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือ สายงานอาชีพด้านเว็บไซต์
อาชีพสายฐานข้อมูล (Database Jobs)
เป็นสายงานที่สำคัญอีกสายงานหนึ่ง เพราะ สายงานนี้จะทำหน้าที่ดูแลฐานข้อมูลขององค์กร ซึ่งต้องการคนที่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ เพราะอาจต้องเก็ยความลับขององค์กรต่างๆ
อาชีพสายคอมพิวเตอร์กราฟิก (Computer Graphic Jobs)
ผู้ที่ทำด้านนี้จะต้องมีความคิดสร้างสรรค์และสามารถใช้โปรแกรมตกแต่งภาพต่างๆได้อย่างดี  อาชีพสายคอมพิวเตอร์กราฟิกจึงเป็นส่วนหนึ่งของสายงานด้านเว็บไซต์
อาชีพสายการออกแบบ/เขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์/งานสามมิติ/Animation
พวก IT Support หรือ Technicial Support เป็นตำแหน่งงานสาย IT ที่เน้นการปฏิบัติการเป็นหลัก คอยแก้ไขปัญหาจุกจิกเล็กๆ น้อยๆ ภายในบริษัท สโคปงานจะใกล้เคียงกันบ้าง
อาชีพสายผู้สนับสนุนไอที (IT Support Jobs)
เป็นสายอาชีพที่คอยสนับสนุน และรู้เทคนิกต่างๆด้านฮาร์ดแวร์ได้ดี ถ้าเป็นช่างคอมพิวเตอร์มาก่อนจะได้เปรียบสายงานอื่นๆ 
อาชีพสายผู้สอนหลักสูตรไอที / ฝึกอบรมด้านไอที
อาชีพคือ ครู,อาจารย์ ,วิทยากร ที่สอนนักเรียน นักศึกษา คนทั่วไป ในด้านไอทีนั้นเอง
อาชีพสายที่ปรึกษาไอที (IT Consultant Jobs)
ให้ความเข้าใจและวิสัยทัศน์พร้อมแนวทางในโลกปัจจุบันที่เทคโลยี และเตรียมแผนการลงทุนและดำเนินการของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
จะเห็นได้ว่ายังมีหลายอาชีพ ที่มีความเกี่ยวโยงกันกับ IT อย่างเช่น พนักงานขายอุปกรณ์ไอที , นักข่าวสายไอที ,นักเขียนให้ความรู้ด้านไอที ,นักแคสท์เกม ,นักกีฬา E-Sport เป็นต้น

ref; 
เด็กฝึกงาน.com , unigang.com , dokbiaonline.com

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Hard & Soft Skills

ทักษะด้านความรู้ และ ทักษะด้านอารมณ์ทั้ง 2 ทักษะนี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เรามาลองแยกกันดู Hard Skills เป็นความรู้ ความสามารถพื้นฐานที่แต่ละสายอาชีพต้องมีอยู่แล้ว และยังสามารถเรียนรู้ต่อไปได้อีก เช่น
ทักษะด้านเทคนิค ( Tech Skill / Technical Skill )  เป็นที่ต้องการทุกงานอุตสาหกรรม
หรืองานทั่วๆไป
   – การประมวลผลข้อมูลแบบกลุ่มเมฆ / ทักษะด้านคลาวด์ ( Cloud Distributed Computing )
       ยุคปัจจุบันนี้ (2019) เช่น Onedrive ฯลฯ ต้องใช้เป็นและประยุกต์ใช้ให้ได้ให้ดีต่องาน
   – การวิเคราะห์สถิติและประมวลผลข้อมูล ( Statistical Analysis and Data Mining )
      หลักดังกล่าวอาจจะไม่เห็นภาพชัดเจน แต่ก็อาจได้ใช้ความรู้บางส่วนมาทำงาน
   – การใช้ซอฟต์แวร์บนโทรศัพท์มือถือ ( Use Mobile Software )
     
กล่าวได้ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการช่วยเรื่องของงานที่ทำ
   – การจัดการระบบคลังข้อมูล ( Storage Systems and Management )
     
การทำงานแนวการจัดการระบบข้อมูลนับว่าสำคัญไม่แพ้ประมวลผลข้อมูล
   – การออกแบบการใช้งาน ( User Interface Design )
     
นำงานเอกสารทำงานร่วมกับโปรแกรมออฟฟิศต่างๆ เพื่อลดภาระงาน
   – การรักษาความปลอดภัยในระบบสารสนเทศ ( Network & Information Security )
     
อันนี้สำคัญอย่างมากใช้งานเป็นอย่างเดียวไม่พอต้องระมัดระวังข่าวสารข้อมูลในบริษัทด้วย
   – การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อผลิตแอพพลิเคชัน(Middleware and Integration Software)
     
ด้านนี้แค่ใช้งานเชิงประยุกต์ เช่น โปรแกรม EXCEL เขียนสูตรได้หรือใส่ฟั่งก์ชั่นลงในเซลเป็น
   – ใช้โครงสร้าง&พัฒนาเว็บไซต์(Web Architecture and Development Framework)
     
อาจกล่าวได้ยุคนี้ใช้มีบริการสร้างเว็บไซต์ฟรีขอแค่เข้าใจวิธีการและปรับแต่งเป็นก็พอ
  ** ยังมีทักษะอีกมากที่คนทำงานต้องหาความรู้และเรียนรู้ใส่ตนเพื่อความอยู่รอดในการประกอบอาชีพ
 หันมาดูทางด้าน Soft Skills  
 ทักษะด้านอารมณ์ นามธรรม แต่สำคัญมากนะจะบอกให้ 
    - การสื่อสาร ( Communication )
       
เราพูดกันให้รู้เรื่อง หรือ เราต้องทำความเข้าใจกันให้มากพอ เพื่อเข้าใจในการทำงาน
     - การทำงานเป็นทีม ( Teamwork )
       
เมื่อเข้าใจกันในระดับการพูดคุย ส่งผลต่อการทำงานในทีม
    - ตรงต่อเวลา ( Always Punctual )
       ได้งานเพราะก่อนเวลานัด ดีกว่า เสียงานไปเพราะผิดนัด
    - การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ( Critical Thinking )
       
การไตร่ตรอง หรือมีสมาธิสติ จะทำให้งานที่ยากเป็นเรื่องงานๆ 
     - ทักษะทางสังคม ( Social Skills )
        ปรับตัวเข้าสังคมได้ช่วยให้การทำงานราบรื่น
     - ความคิดสร้างสรรค์ ( Creativity )
       
สามารถสอดแทรกเข้าไปกับงานหรือกับวิธีการ ส่งผลต่อผลลัพธ์ของโดยตรง
     - การสื่อสารระหว่างบุคคล ( Interpersonal Communication )
       
เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน พูดจากันด้วยเหตุและผล ผลลัพธ์จะดีขึ้นอย่างชัดเจน
     - ความยืดหยุ่นในการทำงาน ( Adaptability )
        
ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ถ้ารู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวให้ถูกต้อง
     - มนุษยสัมพันธ์ดี ( Friendly Personality )
       
 อันนี้เลียนแบบไม่ได้ บุคลิกภาพ แต่ละบุคคล แต่สามารถปรับปรุงและพัฒนาตนเองได้
** ด้านนี้อาจต้องหัดเป็นคนสังเกตุหรือเรียนรู้ในสังคม เพิ่มเติมทักษะโดยรวมจากประสบการณ์ทำงาน
ท้ายนี้ หวังงว่าน่าจะมีประโยขน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยที่จะนำไปทำปผนที่ชีวิตในการทำงาน โชคดีครับ

ref ; ข้อมูลบางส่วน www.thebalance.com

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562

Digital Signature

ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ( Digital Signature )
       Digital Signature ที่ได้รับการยอมรับตามกฏหมาย ลายเซ็นเป็น รูปแบบในการระบุตัวตน
วิธีหนึ่ง ตามปกติเราก็ลงนามด้วย ลายมือ เป็นหมึกบนกระดาษ เพื่อที่จะใช้ยืนยันตัวบุคคลว่า
เซ็นชื่อลงนามจากบุคคลหนึ่งบุคคลใด โดยได้รับการรับรองตามกฏหมาย การปลอมลายเซ็น
จะมีวิธีการตรวจสอบโดยผู้ชำนาญการ ทางพิสูจน์หลักฐานที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาลว่าเป็น
ผู้ชำนาญการ
        ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับการยอมรับตามกฏหมาย คงไม่ได้หมายถึงการเอาภาพ
ลายเซ็นไปแปะไว้ที่image ไฟล์ หรือ เอกสารที่ เราต้องการลงนาม เพราะ ปลอมกันได้ง่ายใช้
ระบุตัวตนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องยากและปลอดภัยกว่า ในการลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น
ไม่ได้ใช้ลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ในการลงนาม เพราะลายเซ็น เป็นแค่ Image ที่สร้างเป็น
ภาพ เพื่อความสวยงาม หรือ ใกล้เคียงกับ การเซ็นชื่อแบบเดิม ในความเป็นจริง ลายเซ็น
อิเล็กทรอนิกส์นั้น สิ่งที่ยืนยันว่าเป็นตัวเราได้จริง ๆ ก็คือ ไพรเวทคีย์(Private Key) ของเราเอง

ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate)
คือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บ่งบอกถึงความมีตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง(Certification Authority : CA) ทำให้ผู้ประกอบธุรกรรมต่าง ๆ
 ผ่านอินเทอร์เน็ตสามารถมั่นใจได้ว่าบุคคล หรือ อุปกรณ์เครือข่าย เช่น Web Server ที่ทำการติดต่อ
ด้วยมีตัวตนจริง โดยอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่าเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ
 (Public Key - Infrastructure - PKI) สามารถนำมาใช้ในการลงลายมือชื่อดิจิตอล (Digital Signature) หรือ การเข้ารหัส ถอดรหัส (Encryption) ได้

หลักการของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์
ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใดผู้หนึ่งจะไม่เหมือนกันในแต่ละครั้งที่เซ็น ขึ้นอยู่กับเอกสารนั้นๆ
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนสำหรับผู้ใดผู้หนึ่ง คือ ใบรับรองดิจิทัล (Digital Certificate)

                                 
 ระบบการทำงานของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

Digital Signature
การพิสูจน์ตัวตนโดยใช้ลายเซ็นต์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการนำหลักการของการทำงานของระบบการเข้ารหัสแบบใช้คู่รหัสกุญแจเพื่อการพิสูจน์ตัวตนมาประยุกต์ใช้ระบบของลายเซ็นดิจิตอล สามารถแบ่ง
เป็นขั้นตอนได้ดังนี้

ประเภทของ Certificate

1. Personal Certificate เป็นใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เป็นใบรับรองที่ทำให้ผู้ทำธุรกรรมสามารถมั่นใจ ได้ว่าบุคคลที่ติดต่อด้วยนั้นมีตัวตนจริง ซึ่งใบรับรองดังกล่าวใช้สำหรับการรับ - ส่ง Secure e-mail ที่มีการลงลายมือชื่อดิจิตอล (Signing) และ/หรือการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) โดยต้องใช้งานผ่านโปรแกรม e-mail Client ของ Outlook Express หรือ Microsoft Outlook
2. Web Server Certificate (SSL) หรือ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่อง Web Server เป็นใบรับรองฯ ที่ออกให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็น Web Serverโดยนำใบรับรองฯ ไปติดตั้งเพื่อให้สามารถใช้งานการเชื่อมต่อแบบปลอดภัย หรือที่เรียกว่า SSL (Secure Socket Layer) รวมถึงการรับรองชื่อ Domain Name และผู้ที่เป็นเจ้าของ Domain Name นั้นด้วย ทำให้เกิดความไว้วางใจในการทำธุรกรรม
ผ่านเว็ปไซต์ดังกล่าว โดยจะออกใบรับรองเป็นแบบ CD เพื่อนำไปติดตั้งที่เครื่องWeb Server นั้นๆ

รูปแบบของ Certificate

รายละเอียดข้อมูลใน Digital Certificate

ด้วยการเข้ารหัส และ ลายมือชื่อดิจิตอล ในการทำธุรกรรม เราสามารถรักษาความลับของข้อมูล 
และสามารถระบุตัวบุคคลได้ระดับหนึ่ง เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยในการระบุตัวบุคคล โดยสร้าง
ความเชื่อถือมากขึ้นด้วย ใบรับรองดิจิตอล (Digital Certificate) ซึ่งออกโดยองค์กรกลางที่เป็นที่เชื่อถือ เรียกว่า องค์กรรับรองความถูกต้อง (Certification Authority) จะถูกนำมาใช้สำหรับยืนยันในการทำธุรกรรมว่า เป็นบุคคลนั้นๆ จริงตามที่ได้อ้างไว้ ใบรับรองดิจิตอลที่ออกตามมาตรฐาน X.509 Version 3 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับ ความนิยมอย่างแพร่หลายที่สุด จะประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้
     • หมายเลขของใบรับรอง (serial number)
     • วิธีการที่ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูล (algorithm)
     • หน่วยงานที่ออกใบรับรอง (issuer)
     • เวลาเริ่มใช้ใบรับรอง (starting time)
     • เวลาที่ใบรับรองหมดอายุ (expiring time)
     • ผู้ได้รับการรับรอง (subject)
     • กุญแจสาธารณะของผู้ได้รับการรับรอง (subject ' s public key)
     • ลายมือชื่อดิจิตอลของหน่วยงานที่ออกใบรับรอง (CA signature)

ตัวอย่างรูปแบบข้อมูลท่ี่มีการลงลายมือช่ื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสามารถนำไปใช้สำหรับการตรวจสอบและ
ระบุตัวตนของผู้ส่งข้อมูลได้




ref; edi2.dft.go.th

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

Firebase

Firebase คือ Platform ที่รวบรวมเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับการจัดการในส่วนของ Backend หรือ Server side ซึ่งทำให้สามารถ Build Mobile Application ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังลดเวลาและค่าใช้จ่ายของการทำ Server side หรือการวิเคราะห์ข้อมูลให้อีกด้วย โดยมีทั้งเครื่องมือที่ฟรี และเครื่องมีที่มีค่าใช้จ่าย (สำหรับการ Scale) Firebase มีบริการหลายอย่างมาก ๆ จะขอยกตัวอย่างบางส่วน โดยแบ่งหัวข้อของ Firebase ดังนี้
  • Cloud Firestore คือ บริการทางด้าน Database ที่เป็นลักษณะเป็น NoSQL โดยนำข้อดีของ Realtime Database ของ Firebase เช่นกัน มาต่อยอดอีกด้วย
  • Authentication ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ใช่ครับ คือบริการที่จัดการ Auth ให้เรา ซึ่งคลอบคลุมมาก ๆ ทั้ง email-password, phone ไปจนถึง facebook, twitter, github สำหรับการ Login อีกด้วย
  • Hosting คือ hosting สำหรับ single-page web app, landing page website ซึ่งจัดการการ Deploy ให้ และในส่วนของ Custom Domain (ไม่ฟรี) ก็มีการติดตั้ง SSL ให้ด้วย

รูปแบบ Firebase Realtime Database

Firebase เป็น NoSQL cloud database ที่จะเก็บข้อมูลในรูปแบบของ JSON และมีการ sync ข้อมูลแบบ realtime กับทุก devices ที่เชื่อมต่อแบบอัตโนมัติในเสี้ยววินาที Firebase เป็น Project ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น API และ Cloud Storage รองรับการทำงานเมื่อ offline รองรับหลาย Platform ทั้ง IOS App, Android App, Web App รวมถึงมี Security Rules ให้เราสามารถออกแบบเงื่อนไขการเข้าถึงข้อมูลทั้งการ read และ write ได้ดังใจ ทั้ง Android, iOS และ Web


ref; tutor4dev.com / medium.com