วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

Firebase

Firebase คือ Platform ที่รวบรวมเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับการจัดการในส่วนของ Backend หรือ Server side ซึ่งทำให้สามารถ Build Mobile Application ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังลดเวลาและค่าใช้จ่ายของการทำ Server side หรือการวิเคราะห์ข้อมูลให้อีกด้วย โดยมีทั้งเครื่องมือที่ฟรี และเครื่องมีที่มีค่าใช้จ่าย (สำหรับการ Scale) Firebase มีบริการหลายอย่างมาก ๆ จะขอยกตัวอย่างบางส่วน โดยแบ่งหัวข้อของ Firebase ดังนี้
  • Cloud Firestore คือ บริการทางด้าน Database ที่เป็นลักษณะเป็น NoSQL โดยนำข้อดีของ Realtime Database ของ Firebase เช่นกัน มาต่อยอดอีกด้วย
  • Authentication ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ใช่ครับ คือบริการที่จัดการ Auth ให้เรา ซึ่งคลอบคลุมมาก ๆ ทั้ง email-password, phone ไปจนถึง facebook, twitter, github สำหรับการ Login อีกด้วย
  • Hosting คือ hosting สำหรับ single-page web app, landing page website ซึ่งจัดการการ Deploy ให้ และในส่วนของ Custom Domain (ไม่ฟรี) ก็มีการติดตั้ง SSL ให้ด้วย

รูปแบบ Firebase Realtime Database

Firebase เป็น NoSQL cloud database ที่จะเก็บข้อมูลในรูปแบบของ JSON และมีการ sync ข้อมูลแบบ realtime กับทุก devices ที่เชื่อมต่อแบบอัตโนมัติในเสี้ยววินาที Firebase เป็น Project ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น API และ Cloud Storage รองรับการทำงานเมื่อ offline รองรับหลาย Platform ทั้ง IOS App, Android App, Web App รวมถึงมี Security Rules ให้เราสามารถออกแบบเงื่อนไขการเข้าถึงข้อมูลทั้งการ read และ write ได้ดังใจ ทั้ง Android, iOS และ Web


ref; tutor4dev.com / medium.com

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

MIMO (MULTIPLE-INPUT AND MULTIPLE-OUTPUT)

ในระบบ Wifi ได้มีการเริ่มต้นใช้เทคโนโลยี MIMO หรือ multiple-input and multiple-output กันมาตั้งแต่ปี 2007 แล้วก็ตั้งแต่มาตรฐาน 802.11n ที่เริ่มใช้เทคนิคใหม่นี้ ทำให้เราเตอร์มีเสาอากาศหลาย
ต้นเพื่อส่งสัญญาณพร้อมกันหลายคลื่น และเครื่องรับก็รับพร้อมกันหลายคลื่น ให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น
ซึ่งเราก็จะเห็นเลขอย่าง 1×1, 2×2 หรือ 3×3 อยู่ในสเปกของอุปกรณ์ที่รับคลื่น เช่นเราใช้เราเตอร์ที่
รองรับการส่งสัญญาณ 2 สตรีม และใช้อุปกรณ์ที่รองรับ 2×2 ด้วย ความเร็วที่ได้ก็จะสูงสุดตามที่เราเตอร์ทำได้แต่ส่วนใหญ่พวกสมาร์ทโฟนก็จะเป็นแบบ 1×1 ทั้งนั้นเพราะมีพื้นที่ในเครื่องน้อย)แต่เทคโนโลยีที่เราใช้ตลอดเรียกว่า SU-MIMO หรือ single-user multiple-input and multiple-output คือในช่วงเวลาหนึ่งตัวเราเตอร์จะสามารถรับ-ส่งข้อมูลกับอุปกรณ์ได้แค่ 1 ตัวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเชื่อมต่อ
อุปกรณ์หลายๆ ตัว เราเตอร์ก็จะส่งสัญญาณสลับไปสลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ส่งพร้อมกันทุกๆ อุปกรณ์ ทำให้เมื่อมีอุปกรณ์มาก เราเตอร์หมุนไปคุยกับทุกคนไม่ทัน ก็ทำให้เกิดอาการเน็ตสะดุดขึ้น

MU-MIMO มีข้อดีข้อด้อยอย่างไร

MU-MIMO หรือ multi-user multiple-input and multiple-output นั้นแก้ไขข้อจำกัดของเทคโนโลยีเดิมคือเราเตอร์ 1 ตัวสามารถรับส่งข้อมูลกับหลายๆ อุปกรณ์พร้อมกัน ซึ่งนอกจากจะทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นแล้ว ยังทำให้เราเตอร์สามารถรองรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากกว่าเดิมด้วย เหมือนมีเราเตอร์หลายตัวในเครื่องเดียว แต่ข้อจำกัดของ MU-MIMO ก็อยู่ที่นอกจากตัว Router จะต้องรองรับมาตรฐานนี้แล้ว อุปกรณ์ที่ใช้งานก็ต้องรองรับมาตรฐานนี้ด้วยเช่นกัน ถ้าหากเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในตอนนี้ที่ยังไม่มีตัวไหนรองรับ MU-MIMO การทำงานก็จะเป็น SU-MIMO ตามปกติ ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่รองรับมาตรฐานใหม่นี้น้อยมาก 
เทคโนโลยีในการเพิ่มขีดจำกัดของเน็ตเวิร์คให้สามารถรับ-ส่งสัญญาณให้มีความเร็วและเสถียรภาพ
มากขึ้น โดย CARRIER AGGREGATION เป็นเรื่องที่ต้องนำมาคิดเพิ่ม FREQUENCY BANDWIDTH ว่าเราจะไม่สามารถนำเอาความถี่ของแต่ละ CARRIER มาคิดรวมต่อกันตรงๆได้  CARRIER AGGREGATION เป็นเทคโนโลยีที่จะสามารถทำให้เราสามารถเกี่ยวสัญญาณมาใช้พร้อมๆกันได้มากกว่า 1 CARRIER โดยในปัจจุบันสมาร์ทโฟนที่วางขายอยู่นั้นสามารถรองรับได้พร้อมกันสูงสุด 3 CARRIER หรือที่เรียกกันว่า 3CA นั่นเอง (2CA ก็คือรับอยู่ที่ 2 CARRIER) แต่เราจะใช้งานได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นกับเครือข่ายที่เราใช้งานว่ารองรับเทคโนโลยีนี้หรือเปล่าด้วย
ผู้ใช้งานก็ควรจะหาความรู้เพิ่มเติมในการเลือกใช้อุปกรณ์รวมถึงเทคโนโลยีให้ทันสมัยและคุ้มกับค่าใช้จ่ายในอนาคตด้วย

ref ; beartai.com/droidsans.com

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562

Data Traffic and logfile

Data Traffic คือข้อมูลจราจร ซึ่งข้อมูลจรารจรนี้เกิดขึ้น จากการสื่อสาร ที่มีฝั่งส่งข้อมูล และ ฝั่งรับข้อมูล ตามกลไกล ของ OSI 7 layer ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ไหลเวียนบนระบบเครือข่าย จะไม่สามารถดูย้อนหลังได้เนื่องจากเป็น Real - Time การดูย้อนหลังได้มีวิธีการเดียวคือ 
ดูจาก "Logfile" ( เรียกสั้นๆว่า Log  Log คือ ข้อมูลการใช้งานที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ) 
สิ่งที่ Logfile จะบอก คือ มีคนเล่นอินเทอร์เน็ตจากที่ใด เวลาใด ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์อะไร ไปที่เว็บนั้น ๆ แล้วทำอะไรบ้างและสามารถบอกเส้นทางการเล่นอินเทอร์เน็ตว่าเข้าจากหน้าเว็บใดไปสู่เว็บใด 
มีการส่งข้อความทั้งผ่านทางข้อความทันใจ หรือทางอีเมล ไปหาใครบ้าง
ตัวอย่าง Log file


การใช้ประโยชน์  Logfile เช่น หากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถูกบุกรุก ข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงหรือสูญหาย ไม่ว่าจะเกิดจากฝีมือคนในองค์กร หรือนอกองค์กร ไม่ว่าจะทำด้วยเจตนา หรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลักฐานสำคัญสำหรับการสืบสวนสอบสวนคือ “Log File” องค์ประกอบหนึ่งของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการสืบสวนสอบสวน และเป็นหลักฐานประกอบคดี



ref ;  นสพ. ผู้จัดการ .technicchan.ac.th http://nontawattalk.sran.org

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561

latency และ throughput

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะส่งเสริมให้เครือข่ายมีความสามารถที่สูงขึ้นคือเรื่องของ latency หรือที่หลายคนรู้จัก
กันในชื่อ Ping และ throughput สามารถส่งข้อมูลได้ "ปริมาณมาก" หรือที่เรารู้จักในชื่อ Bandwidth

Latency คืออะไร
ค่า Latency หรือ ค่า Ping คือ ความเร็วในการตอบสนองระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือมือถือของเรา มีหน่วยเป็น Ms. (Milli-second/ 1:1,000 วินาที) ซึ่งเราจะต้อง
ดูค่านี้ประกอบด้วย ถ้าสังเกตดีๆ บรรดานักเล่นเกมออนไลน์จะซีเรียสกับค่า Latency หรือ ค่า Ping 
นี้มาก ถ้าค่า Ping มาก แสดงว่า ตอบสนองช้า แสดงว่าอินเตอร์เน็ตที่ใช้อยู่ช้า ถ้าค่า Ping น้อย 
แสดงว่า ตอบสนองเร็ว ค่า Ping ยิ่งน้อยยิ่งดี
สำหรับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตประเภทเรียลไทม์ เช่น VDO Call, Games หรือ VOIP ซึ่งค่า Latency 
หรือค่า Ping ยิ่งต่ำหมายถึงยิ่งดี เพราะทำให้การใช้งานไม่เกิดการกระตุก ภาษาเกมเมอร์จะเรียกว่า
ไม่ ‘แล็ค’ ภาษาYoutuber เราจะเรียก ‘ไม่ติดบัฟ’ คือไม่ต้องรอโหลดนาน
ดังนั้น เครือข่ายที่ดีแค่เร็วไม่พอ แต่ต้องตอบสนองเร็วที่สุด อย่างเต็มประสิทธิภาพคิอ มีค่า Latency (Ping) ที่ดี เพื่อการใช้งานทุกเรื่องออนไลน์เร็วที่สุด แรงที่สุด และ ตอบสนองได้เร็วที่สุด

Throughput คืออะไร
ค่า Throughput หรือค่า Bandwidth หมายถึงปริมาณข้อมูลที่สามารถรับ (Download) และ ส่ง  (Upload)
ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง มีหน่วยเป็น Mbps (Megabit per second หรือ เมกะบิตต่อวินาที)  ตัวอย่างง่ายเช่น
Speedtest 1 ครั้ง จะแสดงค่า Download and Upload ที่เครือข่ายที่เราเชื่อมต่อสามารถให้บริการแก่เครื่องที่เราใช้ต่ออยู่ ณ. ขณะนั้นเท่าไหร่

Latency และ Throughput อะไรมีความสำคัญมากกว่ากัน 
ถ้าลำดับความสำคัญ ค่า Latency จะมีความสำคัญมากกว่าค่า Throughput เพราะค่า Latency จะส่งผล
กระทบการใช้งานโดยตรงกับงานประเภท เรียลไทม์ (Realtime คือระบบที่สามารถให้การตอบสนอง
จากระบบอย่าง ทันทีทันใดเมื่อได้รับอินพุตเข้าไป) เช่น การควบคุมอุปกรณ์ผ่าตัดทางไกล หมอยกมือ
ที่ถือมีด (กรุงเทพฯ) ปลายทาง (เชียงใหม่) หุ่นยนต์ที่ถือมีดต้องยกทันทีทันใด เปรียบเสมือนเป็นมือ
หมอเอง

ดังนั้นในอนาตคระบบเครือข่ายจะต้องพัฒนาให้เกิดค่า  latency และ  throughput ให้เสถียรเต็มประสิทธิภาพ ในปี 2019 - 2022 เราน่าจะเห็นยุค 5G มาเต็มรูปแบบ เพราะ ณ. ขณะนี้ 2018 เรา
ได้เจอกับระบบ 5G มาบ้างแล้ว








ref ; iphone-droid.net , dstd.mi.th , industry.in.th

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Low-code Platform

Low-Code Development Platform ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่อาจเป็นม้ามืดที่คาดว่าจะเริ่มเข้ามาในไทยภายในปี 2018 นี้ คนนอกสาย IT สามารถทำการพัฒนา Application ขึ้นมาใช้งานเองได้โดยไม่ต้องอาศัย Programmer มากอย่างแต่ก่อน ทำให้การสร้าง Application ขึ้นมาใช้งานตอบโจทย์ภายในองค์กรด้วยตัวเองนั้นสามารถเป็นไปได้อย่างคล่องตัว โดยถึงแม้ Application เหล่านั้นจะไม่สามารถทำงานได้อย่างซับซ้อนมากนัก แต่หากเป็นแค่การจัดการกับข้อมูล หรือการกำหนด Workflow ต่างๆ ในการทำงานได้ผ่านทาง Mobile Application และ Web Application ระบบ Low-code Platform นี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว
Low-Code Development Platform รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมา ได้รับการพัฒนาในขั้นตอนต่างๆ ของ Software Development Life Cycle (SDLC) แล้ว ตั้งแต่ version control, performance testing จนถึง change management ซึ่งมันไม่เพียงทำให้ง่ายต่อการสร้าง Software เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้าง Test, ระบุปัญหา, ปรับเปลี่ยนขนาด Software ได้สะดวกและ application ก็มีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย

ดังนั้นนิยามง่ายของ Low-Code Plateform คือ แพลตฟอร์มที่ใช้เพื่อพัฒนา, วิเคราะห์, ควบคุม, โยกย้าย(Production, Analysis, Monitoring, Deployment) เวปไซต์หรือเซอวิส



ตัวอย่างการนำไปใช้ เช่น 

Mendix platform

Mendix platform คือ เทคโนโลยีที่ช่วยให้การพัฒนา Web application ให้สำเร็จได้อย่างรวดเร็ว     ได้รับความนิยม และใช้งานอยู่แพร่หลายในประเทศแถบยุโรป และอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานกว่า 40,000 User ทั่วโลก จากการศึกษาโดยหน่วยงานวิจัยอิสระ Quantitative Software Management หรือ QSM ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาแอปพลิเคชันด้วย Mendix Platform มีความเร็วกว่าการพัฒนาด้วย Programming language อื่น ๆ ถึง 6 เท่า

ดังนั้น Mendix Platform จึงเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนา Custom software จากการเขียน Code ซึ่งต้องอาศัยโปรแกรมเมอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ และยังต้องใช้เวลาในการเขียนนานเป็นปี มาเป็นการใช้ Model ซึ่งเป็นเพียงการ Drag and Drop แล้วนำมาประกอบ และทดสอบความถูกต้อง และความปลอดภัย ทำให้เกิดความรวดเร็ว สามารถเขียนแล้วเสร็จภายในเวลาไม่กี่เดือน หรือบางกรณีใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
โดยผู้ใช้งาน (User) สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและทดสอบได้มากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ จึงเกิดความรวดเร็วจากการพัฒนา และเกิดประสิทธิภาพจากการได้รับ Custom software ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจง่าย โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ผู้พัฒนาจำนวนมาก



ref;www.infoworld.com www.techstarthailand.com www.voicetv.co.th

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เทคโนโลยี Ultra Wide Band (UWB)

จุกเริ่มต้น พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของประเทศสหรัฐอเมริกา (FCC: Federal Communications Commission) หรือเรียกกันว่า เอฟซีซี ได้ออกข้อกำหนดการใช้สัญญาณชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “อัลตราไวด์แบนด์” (UWB: Ultra Wide Band) เนื่องจากคุณสมบัติของสัญญาณอัลตราไวด์แบนด์มีคุณลักษณะที่โดดเด่น คือ เป็นสัญญาณไร้สายที่มีรูปคลื่นพัลส์ซึ่งปรากฏเพียงชั่วขณะ หรือเป็นพัลส์ที่มีความกว้างของสัญญาณในทางเวลาที่แคบมากที่สุด (F. Nekoogar, 2005) ซึ่งอยู่ในระดับนาโนวินาที (ns: nanosecond, 10-9) หรือที่ระดับพิโควินาที (ps: picosecond, 10-12) เนื่องด้วยความกว้างของพัลส์ทางเวลาที่อยู่ในระดับนี้เมื่อทำการวิเคราะห์แถบความถี่ หรือสเปกตรัม (spectrum) พบว่าเกิดการแผ่สเปกตรัมที่กว้างที่สุด (ultra-wide bandwidth)
ในการส่งสัญญาณและเป็นที่มาของชื่อที่ว่าอัลตราไวด์แบนด์ ปัจจุบัน อัลตราไวด์แบนด์ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและถูกนำไปประยุกต์ใช้งานในด้านต่าง ๆ อย่างหลากหลายเช่น การทหาร, การแพทย์, การสื่อสาร, และการเกษตร แต่ในงานวิจัยนี้จะชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีดังกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและการนำไปประยุกต์ใช้งานในสาขา ต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมา เทคโนโลยีอัลตราไวด์แบนด์เพื่อการสื่อสาร ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน
        เทคโนโลยีอัลตราไวด์แบนด์เป็นอีกเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการสื่อสารผ่านแบนด์วิดท์ที่กว้างจึงทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยอัตราการส่งข้อมูลสูงได้อย่างรวดเร็วและเมื่อเปรียบเทียบกับการส่งข้อมูลด้วยสัญญาณไร้สายอย่างบลูทูธ (bluetooth) อัลตราไวด์แบนด์สามารถส่งได้มากกว่าหนึ่งร้อยเท่าในเวลาที่เท่ากัน (J. Foerster, 2001) เนื่องด้วยศักยภาพที่สามารถส่งข้อมูลได้ปริมาณที่มากทำให้การสร้างระบบการสื่อสารอัลตราไวด์แบนด์บางประเภทถูกจัดไว้เพื่อการสื่อสารข้อมูลแบบสื่อประสม (multimedia communications) ซึ่งต้องการอัตราการส่งข้อมูลสูง และเทคโนโลยีนี้ได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานของ ไอทริปเปิ้ลอี (IEEE: Institute of Electrical and Electronics Engineers) โดยจัดให้อยู่ในการสื่อสารในเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล (WPAN: Wireless Personal Area Network) โดยการใช้มาตรฐาน IEEE 802.15.3a และในขณะเดียวกันก็ได้กำหนดสัญญาณเพื่อการระบุตำแหน่ง (positioning) และหาระยะทาง (distancing) ใช้มาตรฐาน IEEE 802.15.4a (K. Siwiak and D. KcKeown) รูปที่ 1 (Intel, 2004) เป็นการเปลี่ยนการส่งข้อมูลแบบสายมาเป็นการส่งข้อมูลแบบไร้สายด้วยการใช้เทคโนโลยีอัลตราไวด์แบนด์แทนการส่งข้อมูลในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์แบบพกพา
ประโยชน์การนำเทคโนโลยีอัลตราไวด์แบนด์มาใช้งานมีมากมายหลายแขนงอาชีพ เช่น เรดาห์ตรวจจับวัตถุที่อยู่หลังกำแพง (through wall radar) หรือเรดาห์ตรวจจับวัตถุใต้พื้นดินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัตถุที่เป็นระเบิด (Ground Penetrating Radar) และเพื่อการแพทย์



ตัวอย่าง
               
เทคโนโลยีอัลตราไวด์แบนด์ยังถูกนำมาใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจโดยพัฒนาอุปกรณ์แบบไร้สาย (F. Thiel, 2009) ดังรูปที่ 6 และรูปที่ 7 เป็นการส่งข้อมูลของผู้ป่วยแบบไร้สายโดยการส่งผ่านอุปกรณ์มือถือ (personal digital assistance) และขณะที่การนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลก็จะมีการส่งข้อมูลของผู้ป่วยตลอดเวลาเพื่อประมวลและวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยได้ตลอดเวลาและมีประสิทธิภาพ

                              อัลตราไวด์แบนด์ตรวจวัดสัญญาณอัตราการเต้นของหัวใจแบบไร้สาย




                                       การใช้อัลตราไวด์แบนด์ในการสื่อสารข้อมูลของผู้ป่วยแบบไร้สาย




ref ; www.elec-creations.com , InSitE auu amara , NICT

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561

5th Generation

เทคโนโลยี 5G มาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่อไร้สายในยุคที่ 5 ที่จะมาแทนที่ระบบ 4G ที่กำลังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาและกำหนดมาตรฐานซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรูปเป็นร่างและมีออกมาให้เราใช้กันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (องค์กรที่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานก็คือ International Telecommunications Union หรือ ITU) ตัว G ที่เราเห็นในคำว่า 3G, 4G และ 5G ย่อมาจาก Generation ที่แปลว่ารุ่น 5G ต้องสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วถึง 20 Gbps มากกว่า 4G ถึง 20 เท่า (4G มีมาตรฐานอยู่ที่ 1Gbps) อีกคุณสมบัติคือการรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อได้นับล้านๆ ชิ้นต่อตารางกิโลเมตร จึงรองรับยุค IoT (Internet of Things) ที่อุปกรณ์ของใช้ของมนุษย์ล้วนเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ประโยชน์ที่จะนำความสามารถไปใช้งาน เช่น อนาคตเราจะสามารถโหลดไฟล์วีดีโอแบบ HD ที่มีไฟล์ขนาด 7.5 GB ได้ภายใน 1 วินาที , ผสานธุรกิจ Smart Life ต่างๆ , การแพทย์ทางไกล ฯลฯ