วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ดำรงชีวิตกับเทคโนโลยีในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19

การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย พ.ศ. 2563 เริ่มต้น ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2563
โดยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันรายแรกนอกประเทศจีน การแพร่เชื้อท้องถิ่นที่มีรายงานรายแรก
มีการยืนยัน เมื่อวันที่ 31 มกราคม จำนวนผู้ป่วยยังมีน้อยตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ต่อมาจำนวนผู้ป่วย
เพิ่มขึ้นมากในกลางเดือนมีนาคม ซึ่งกลุ่มใหญ่สุดเกิดที่การชกมวยไทย ณ สนามมวยเวทีลุมพินี
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ผู้ป่วยยืนยันแล้วเพิ่มเกิน 100 คนต่อวัน มีผู้ป่วยตายในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่โรคนี้
ทำให้เกิดอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ (เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่) โดยมีอาการอย่างเช่น
ไอเป็นไข้ และหายใจลำบากในรายที่มีอาการรุนแรง คุณป้องกันตัวเองได้ด้วยการล้างมือบ่อยๆ
ไม่เอามือสัมผัสใบหน้า และหลีกเลี่ยงการพบปะใกล้ชิด (ระยะ 1 เมตรหรือ 3 ฟุต) กับคนที่ไม่สบาย
ยังไม่มีคิดค้นวัคซีนป้องกัน ประเทศไทยขณะนั้นได้เริ่มป้องกันการแพร่ระบาด


โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า Social Distancing, Quarantine
สิ่งที่ควรทำ

  • ล้างมือบ่อยๆ เป็นเวลา 20 วินาทีด้วยสบู่และน้ำหรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • ใช้กระดาษทิชชู่หรือข้อพับตรงข้อศอกด้านในปิดปากและจมูกขณะไอหรือจาม
  • หลีกเลี่ยงการพบปะใกล้ชิด (ระยะ 1 เมตรหรือ 3 ฟุต) กับคนที่ไม่สบาย
  • อยู่บ้านและกักตัวเองให้ห่างจากคนอื่นในบ้านหากรู้สึกไม่สบาย

รัฐบาลเห็นว่าจะเกิดการแพร่ระบาดรุนแรง วันที่ 25 มีนาคม รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขต
ท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 30 เมษายน โดยมีระบุสิ่งที่ห้ามทำและให้ทำ
 ก่อนที่โรคจะแพร่ระบาดไปมากกว่านี้บริษัทห้างร้านต่างๆ รวมถึงประชาชนเกิดการปรับตัวในการใช้ชีวิตเช่น การปิดออฟฟิศและอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ Work from home หรือ สั่งของออนไลน์มากขึ้นทำให้ระบบดิจิตอลในสาขาต่างๆ เกิดและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต

           1. Work From Home

           ชีวิตการทำงานที่ต้องเดินทางทุกวัน พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ท่ามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสกำลังรุนแรงมากขึ้น ผู้ติดเชื้อในไทยก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้หลาย ๆ บริษัทประกาศให้พนักงาน Work From Home แล้ว ดังนั้นการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้สามารถติดต่อสื่อสารและทำงานที่บ้านได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยแอปพลิเคชันอย่าง Line, Facebook Messenger, Slack, Zoom หรือ Hangouts ก็เป็นตัวเลือกในการติดต่อสื่อสารและการประชุมออนไลน์ หรือแอปพลิเคชั่นส่งไฟล์งานอย่าง Google Drive, Dropbox และ Google Docs ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้ตามสะดวก

          2.Study From Home

การหยุดเรียน ปิดสถานศึกษา เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส 
มหาวิทยาลัยหลายแห่งทยอยงดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย แล้วมาจัดการสอนใน
รูปแบบออนไลน์เพื่อไม่ให้นักศึกษาต้องเดินทางมาเรียน รวมถึงการหลีกเลี่ยงการรวมเป็น
กลุ่มของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยโดยอาจารย์และนักศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอน
สั่งงานออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆเช่น Google Classroom, Facebook Group, 
Facebook Live หรือ Zoom

          3.Virtual Event

มาตรการงดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากเป็นอีกมาตรการหลักจากภาครัฐและองค์กรธุรกิจ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และอาจควบคุมการระบาดไม่ได้หากมี
ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมดังนั้นหลายกิจกรรมจึงหันไปจัดผ่านระบบออนไลน์แทนไม่ว่าจะเป็นองค์กรใหญ่ๆ อย่าง Google, Facebook หรือ Apple ก็ปรับรูปแบบของงานประจำปีเป็นระบบออนไลน์ รวมถึงโปรแกรมงานต่างๆ ก็นำเสนอกิจกรรมทั้งหมดผ่านคีย์โน้ตและเซสชั่นออนไลน์

        4.E-commerce

การสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Lazada, Shopee, JD central เป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คนเลือกที่จะสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมาตุนไว้ที่บ้านและหลีกเลี่ยงการออกไปที่สาธารณะมากขึ้น กลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสูงในช่วงนี้ก็เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด ตลอดจนของใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต

            สิ่งที่โลกทั้งใบหวาดกลัวไม่ใช่เชื้อโรค แต่คือ มนุษย์


ref; thumbsup.in.th

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563

คิดเป็น เปลี่ยนตนเอง เปลี่ยนโลก

Mindset คือมุมมอง ความคิด ความเชื่อ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและการใช้ชีวิต เราเลือกได้เมื่อ
มีสติในโลกนี้มีคนอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่เปิดกว้างที่จะเรียนรู้ กับคนที่ปิดกั้นตัวเอง
จากการเรียนรู้ วิธีคิดที่แตกต่างทั้งสองแบบนี้ส่งผลกระทบกับมุมมองที่มีต่อโลกต่อตนเองและ
คนรอบๆ ตัวเรา

Growth Mindset (แนวคิด Carol Dweck) คนที่เปิดกว้างที่จะเรียนรู้

             แนวความคิดแบบนี้เปรียบเสมือนคิดบวกกับชีวิตตนเอง คนแบบนี้ไม่ว่าจะไปทำงาน
ที่ไหนงานอะไร ก็จะทำให้งานนั้นๆ มีคุณภาพและดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนแบบนี้มักจะมีลักษณะ
และแนวคิดแบบนี้




Fixed Mindset คนที่ปิดกั้นตัวเอง จากการเรียนรู้ 

            แนวความคิดแบบนี้เปรียบเสมือนคิดลบกับชีวิตตนเอง คนแบบนี้ไม่ว่าจะไปทำงาน
ที่ไหนงานอะไร ก็จะทำให้งานนั้นๆ ด้อยคุณภาพและย้ำกับที่เรื่อยๆ เพราะคนแบบนี้มักจะมี
ลักษณะและแนวคิดแบบนี้




 บทความนี้พยายามแสดงให้เห็นว่า คนเราคิดแตกต่างกันได้ แต่คิดให้มีประโยชน์ต่อตนเอง
หรือสังคม ก็ต้องกำหนดตัวเองว่าจะคิดไปทางด้านไหนถึงจะทำให้ชีวิตดีขึ้น มีความสุขขึ้น
ถ้าจะพูดถึงงานด้าน IT เช่น สายนักเขียนโปรแกรม , งานด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบ
งานด้านผู้ดูแลระบบเครือข่าย , งานด้านเว็บไซต์ , งานด้านสายฐานข้อมูล 
, งานด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก , งานด้านการออกแบบ/เขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์/งานสามมิติ
, งานด้านผู้สนับสนุนไอที , งานด้านสายผู้สอนหลักสูตรไอที / ฝึกอบรมด้านไอที , งานด้าน
ที่ปรึกษาไอที คนที่ทำงานในด้านนี้จำเป็นต้องเป็นคนที่เปิดกว้างที่จะเรียนรู้ นะจะบอกให้
บริษัท ห้างร้า่น หน่วยงานต่างๆ มักจะชอบคนประเภทนี้ ไม่เกี่ยงค่าจ้าง นะ


ref ; Trainer Backpacker , willpower


วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563

เทคนิคการแฮกทั่วๆไป (important)

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต หรือผู้ใช้คอมพิวเตอร์อาจเจอเป็นประจำ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของเรา หรือความลับของบริษัทนั้นรั่วไหลได้

  • Keylogger เป็นซอฟต์แวร์ง่าย ๆ ที่บันทึกการกดปุ่มต่างๆบนแป้นพิมพ์ (Keyboard) ระบบก็จะบันทึกการพิมพ์ของคุณนั้น โดยจะเน้นการบันทึกรหัสลับของคุณ เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน , pincode , รหัส ATM , เบอร์โทร , เลขบัตรเครดิต เป็นต้น 
  • Waterhole attacks เป็นการโจมตีจากเว็บไซต์ที่คาดว่าจะมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ เช่น โจมตีเว็บไซต์ซื้อของ ผู้โจมตีจะฝังโค้ดอันตราย เช่น JavaScript หรือโค้ด HTML ไว้ในหน้าเว็บไซต์ เพื่อใช้โค้ดอันตรายดังกล่าวโจมตีเครื่องของผู้ที่เข้าใช้งานเว็บไซต์นั้นๆ
  • Eavesdropping (Passive Attacks) เป็นการโจมตีแบบไม่ทำลายระบบ ไม่เป็นอันตรายต่อระบบแต่จะสอดแนม การดักข้อมูล
  • Bait & Switch ผู้โจมตีสามารถซื้อพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์ได้ ต่อมาเมื่อผู้ใช้คลิกที่โฆษณาเขาอาจถูกนำไปยังหน้าที่ติดมัลแวร์ หรือแอดแวร์เพิ่มเติมบนคอมพิวเตอร์ของคุณ
  • ClickJacking Attacks การโจมตีเว็บไซต์รูปแบบหนึ่งที่ผู้โจมตี เอา code เข้าไปฝังซ่อนไว้ส่วนใดส่วนหนึ่งที่หน้าเว็บไซต์อื่น อย่างเช่น ปุ่ม ตกลง, ปุ่มหน้าถัดไป เมื่อผู้ใช้เผลอคลิก อาจเกิดการโหลด Malware ลงเครื่องโดยตรงทันที 
  • Phishing หลอกผู้ใช้หลงเชื่อกับเว็บไซต์ปลอมที่ทำคล้ายเหมือนของจริง แฮกเกอร์ได้รหัสจากผู้ใช้ที่หลงเชื่อเว็บปลอมแบบนี้ 
  • Fake WAP จุดเชื่อมต่อไร้สายปลอม แฮกเกอร์สามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการสร้างจุดเชื่อมต่อไร้สาย (WAP) ปลอมได้ ส่วนใหญ่มักเป็นในสถานที่สาธารณะ 
  • Denial of Service (DoS\DDoS) โดยแฮกเกอร์ทำการยิงส่งปริมาณการเข้าชมจำนวนมากไปยังเครือข่ายหรือเซิร์ฟเวอร์ของคุณ เพื่อทำให้เว็บไซต์ล่มเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันให้ออฟไลน์ ซึ่งอาจทำให้ล่มหลายชั่วโมงหรือเลวร้ายคือล่มนานหลายวัน 
  • Virus Trojan ไวรัสหรือโทรจันเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย ซึ่งเมื่อได้รับการติดตั้งลงในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ข้อมูลต่างๆบนคอม รวมถึงช่องทางออนไลน์ จะส่งข้อมูลเหยื่อไปยังแฮกเกอร์ 
  • Cookies Theft โดยอาศัยรูโหว่ของเว็บไซต์จำนวนมากที่เข้ารหัสเฉพาะข้อมูลรหัสผ่าน แต่ไม่ได้เข้ารหัสข้อมูลคุกกี้ ทำให้หากมีผู้ดักฟังคุกกี้ดังกล่าวได้ระหว่างทางการสื่อสาร
ชื่อหรือวิธีการแฮก ที่คุณควรรู้เท่าทันและ ระมัดระวัง กับเตรียมป้องกัน ในการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตให้ดี เพราะยุค 5G ที่อาจจะใช้ BIG DATA เข้ามาทำงานขึ้นโอกาสเสี่ยงต่อการแฮกข้อมูลมากยิ่งขึ้น


วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

BIG DATA ทำงานร่วมกับ AI

Big Data กับ Artificial Intelligence หรือ AI เป็นคำฮิต ยอดฮิต ตามกระแส Thailand 4.0 ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราต้องคำนึงถึงความเป็นอยู่ในเรื่องปากท้องมากขึ้น ดังนั้นเราคงเคยรู้ว่าในการทำธุรกิจ
จะมีสำนวณเปรียบเปย

ปลาใหญ่ กิน ปลาเล็ก


 ธุรกิจเล็กอาจเสียเปรียบธุรกิจใหญ่ในหลายๆเรื่อง 
จึงนำมาใช้เปรียบเทียบกับผู้ที่มีกำลังอำนาจที่เอาเปรียบผู้ที่อ่อนแอกว่า

แต่พอมีระบบ อินเทอร์เน็ต (อังกฤษInternet) หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ 
มีการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลาย ๆ เครือข่ายทั่วโลก โดยใช้ภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า โพรโทคอล (protocol) ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ในหลาย ๆ 
ทาง อาทิ อีเมล เว็บบอร์ด และสามารถสืบค้นข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูล
และโปรแกรมมาใช้ได้สำนวณเดิมๆ ก็เปลี่ยนไป

ปลาเร็ว กิน ปลาช้า


ธุรกิจเล็กจะไม่เสียเปรียบธุรกิจใหญ่ในหลายๆเรื่อง อีกแล้ว
ถ้านำระบบ อินเตอรืเน็ตมาใช้งานร่วมกับธุรกิจของตนเอง

ถึงปัจจุบันเมื่อระบบอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงเข้ามาแทนที่ระบบเก่าที่ช้า ความเร็วสูงทำให้การสื่อสาร
รวดเร็วมาก แต่รวมไปถึงการเก็บข้อมูลต่างๆ การแชร์ข้อมูลต่างๆ รวมถึงการนำข้อมูลไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ จึงเกิดสำนวณใหม้อีก

ปลาฉลาดและเร็ว กิน ปลาโง่และช้า



ธุรกิจเล็กหรือธุรกิจใหญ่จะไม่เสียเปรียบ อีกแล้ว
ถ้านำระบบ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงมาใช้งานร่วมกับธุรกิจของตนเอง
และเพิ่ม Big Data กับ AI ช่วยในทุกเรื่องเช่น การเงิน ลูกค้า PR โฆษณา ฯลฯ

ในโลกธุรกิจยุค 63 ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรวดเร็วปานสายฟ้าก็เกิดคำว่า  Technology Disruption และในยุคนี้ใครไม่เปลี่ยน Mindset and Myself ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

rfe; Suthichai live 10/12/2562 and YouTube


วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563

Generation 2020

Generation เทรนด์โลก 2020

มีอะไรบ้าง

                           

                            Baby Boomer อายุ 55-73 ปี  ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยชรา

                            ทำอย่างไรถึงจะใช้เงินที่มีให้สุขไปจนวันสุดท้ายของชีวิตให้ได้



                                     GEN X อายุ 44-54 ปี คนกลางระหว่าง 2 หรือ 3  เจน

                                            ชอบที่เรียนรู้และทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง


                                             Millennial มิลเลนเนียล อายุ 23-38 ปี
                          คิดเพื่อตัวเองโดยเผื่อไปถึงโลกสิ่งจะส่งผลมาถึงตัวเองในอนาคต



                                                     Generation Z อายุ 4-24 ปี
                       จะเลือกสิ่งที่ความสะดวกสบาย เชื่อคนที่อยู่ในกลุ่มความสนใจเดียวกับเขา


                                                       Alpha อายุแรกเกิดถึง 9 ปี

                          โตมาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำหน้ารอบตัว ทุกพื้นที่สนามเรียนรู้ขนาดใหญ่

*** ทุกวันนี้ไม่ว่าจะกำหนดหรือหาคนในรูปแบบไหน ก็ไม่สำคัญเท่าการอบรบ่มนิสัยให้เป็นคนดีมีศีลธรรม มีระเบียบวินัยในตนเอง มีวิจารณญาณในทุกๆเรื่องที่ผ่านเข้ามาและเป็นนักสู้เมื่อเจอปัญหาต่างๆ
พร้อมที่จะแก้ไขให้กลับมาดีได้...........


ref;ceverydaymarketing.com

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ควรป้องกัน

ภัยคุกคามไซเบอร์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่ทุกองค์กรต้องเจอ แม้กระทั้งบุคลปกติทั่วๆไป 
ก็มีความเสี่ยงและถึงยุค 2020 เป็นต้นไปจะรุนแรงแถมง่ายมากขึ้นต่อการถูกคุกคาม ประชาชนอย่าง
เราควรป้องกันอย่างไรบ้าง มีข้อคิดให้นำไปใช้
1. การใช้เทคโนโลยี AI ในการสร้าง Content ปลอมอย่างแนบเนียน ซึ่งอาจแปลงได้ทั้งเสียงภาพ 
     ป้องกันเบื้องต้น    โดยอย่าเพิ่งเชื่อ 100% ควรตรวจสอบแบบเชิงประจักษ์(ข้อมูลที่มีอยู่ ข้อมูลหน่วยงาน 
      ข้อมูลระบุตัวตน ) ถ้าเป็นไปได้ไปดูฟังให้เห็นกับตาตัวเองดีที่สุด
2. การเป็นสร้างข่าวโดยใช้ส่วนหนึ่งของความจริง เพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดของคน ป้องกันเบื้องต้น
    หยุดกระจายข้อมูลนั้นไปในที่ต่างๆ และตรวจสอบไปทางต้นทางกับแหล่งที่ข่างต่างๆ ก่อน เพราะ
     คนส่วนใหญ่เห็นฟังเชื่อทันที 
3. สื่อที่เรารับชมนั้นถูกคัดสรรค์และกลั่นกรองมาจากผู้ให้บริการ ป้องกันเบื้องต้น ใช้วิจารณญาณวิเคราะห์
    และสังเคราะห์ให้สมเหตุและสมผลก่อนจะเชื่อสิ่งเหล่านั้น อย่าใช่ความเชื่อและรักโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน
4. การโจมตีไซเบอร์เกิดขึ้นทุกวันรอบตัวเราจนถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องหา
     วิธีการป้องกัน และรับมือไว้บ้าง
5. การเจาะช่องโหว่เพื่อขโมยข้อมูล อาจเกิดผิลพลาดจากบุคคลหรือระบบที่ใช่งานอยู่ ป้องกันเบื้องต้น 
    การเข้ารหัส     ข้อมูล และการสร้างความตระหนักด้านภัยคุกคามให้ตนเองและคนรอบข้าง
6. การโจมตีไซเบอร์แบบ State-sponsored หรือที่มีหน่วยงานรัฐ/ประเทศหนุนหลังจะเพิ่มมากขึ้น ป้องกัน
    เบื้องต้น อันนี้    เป็นเรื่องใหญระดับประเทศ ที่ต้องตั้งหน่วยงานเฉพาะและดึงคนที่มีความรู้จริงมาช่วย
7. เผชิญกับการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ป้องกันเบื้องต้น การศึกษา
    จะต้องพัฒนาทักษะระดับสูงด้านนี้ให้กับบุคลากรที่มีความสามารถรับความรู้ด้านนี้ได้
8. เครือข่ายที่มีความเร็วสูงก็จะเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ให้แฮ็กเกอร์สามารถโจมตีผู้ใช้โดยตรงได้มากยิ่งขึ้น  
     ป้องกันเบื้องต้นหน่วยงานบริษัทต่างๆ อาจจะต้องใช้ระบบป้องกันหรือ Gateway ที่ช่วยกลั่นกรอง
      การติดต่อสื่อสารองค์กรและบุคคลขององค์กรไปภายนอกโดยใช้สื่อภายในองค์กร

      นี่คือข้อคิดภัยคุกคามเล็กน้อย สำหรับสังคมยุคที่ใช้ระบบดิจิตอลมาร่วมกันกับงานปกติมากขึ้นเรื่อยๆ 
      บทความนี้เป็น แค่ให้แง่คิดและตระหนักถึง ภัยที่จะเกิดอย่างง่ายดาย เราทั้งหลายควรหาวิธีคิดและ
       ปฏิบัติตน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยหรือความเสี่ยงให้น้อยที่สุดต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

ref ; www.techtalkthai.com / th.wikipedia.org/

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

Mesh Technology

การเชื่อมต่อไร้สายแบบตาข่ายใยแมงมุมที่ทุกเครื่องเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด โดยไม่มีข้อจำกัด
เหมือนอุปกรณ์เน็ตเวิร์คแต่ก่อนที่โดยมากจะเชื่อมต่อแบบกิ่งก้าน หรือเป็นดาว แต่ Mesh จะ
เชื่อมต่อได้ทั้งแบบต่อตรง ไดนามิค และไม่มีลำดับขั้น ไปยังจุด (node) ต่างๆ สามารถเพิ่ม
จุดกระจายสัญญาณได้อย่างง่ายดายและได้มากเท่าที่ระบบจะทำได้ สัญญาณปล่อยออกมา
มีเสถียรภาพและมีรักษาความเร็วอินเทอร์เน็ตได้ดีกว่าอุปกรณ์ทวนสัญญาณ (Repeater) 
ทั่วไปใช้ชื่อ WiFi (SSID) เดียวกันได้ ไม่ต้องวุ่นวายเชื่อมต่อใหม่เมื่อย้ายจากห้องล่างขึ้นไป
ห้องชั้นบน โดยระบบจะเลือกการเชื่อมต่อแต่ละจุดให้อัตโนมัติตามความเหมาะสม ซึ่งถ้ามี
เครื่องใดเครื่องหนึ่งหลุดออกจากระบบ เครื่องจะเชื่อมต่อเส้นทางใหม่ให้โดยอัตโนมัติ 
ให้ใช้ระบบไม่ล่มและใช้งานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีสะดุดนั่นเอง



การเชื่อมต่อจะเป็นลักษณะแบบโยงใย โดยอุปกรณ์จะเป็นการเชื่อมต่อและตรวจสอบอุปกรณ์ที่อยู่ใน Mesh เดียวกันให้อัตโนมัติ เพื่อเป็นการตรวจสอบว่า อุปกรณ์นั้นสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง แต่หากอุปกรณ์ใดเสีย สัญญาณการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ก็จะสลับมาใช้ร่วมกันกับอีกอปุกรณ์ให้อัตโนมัติ จะทำให้ไม่ขาดการเชื่อมต่อเช่น ดังภาพ
สรุป Mesh WiFi แบบเข้าใจง่ายๆ
  • ขยาย WiFi ไปทั่วบ้านได้ทั้งแบบเดินสาย(สปีดเน็ตเต็ม)
    และไม่เดินสาย(สปีดเน็ตตกลงตามระยะทาง)
  • ตั้งค่าให้ชื่อ WiFi (SSID) เป็นชื่อเดียวกันได้
  • ความเร็วที่ได้ต่อจุด (node) มีคุณภาพดีกว่า Repeater ทั่วไป
  • ถ้าจุดใดจุดหนึ่งล่ม จะไม่ทำให้ระบบทั้งหมดล่มตามไปด้วย

หวังไว้อีกไม่นานระบบในลักษณะแบบนี้จะแพร่หลายโดยที่รัฐลงทุนเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน
และบริการแก่ประชาชนในประเทศแบบฟรีไม่ต้องลงทะเบียนให้ยุ่งยาก(แค่เข้าใช้ login ด้วยหมายเลขบัตรประชาชนกับหมายเลขโทรศัพท์ ก็เพียงพอต่อระบบความปลอดภัยด้วย OTP (One time Pass Word)

ref ; droidsans.com / nvk.co.th