วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2561

Digital Self Service

ดิจิทัล กับ การบริการด้วยตนเอง (Self Service)

Digital Economy 
        Digital Economy คือ เศรษฐกิจที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องอาศยัเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีอินเทอร์เน็ต เป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่า เพิ่มให้กับการผลิตสินค้า การขนส่ง หรือแม้แต่เป็นตัวกลางในการซื้อขาย ทำให้สามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดได้สะดวกมากขึ้นเนื่องจากมีการเก็บข้อมูลที่เป็นระบบระเบียบทำให้การ บริหารจัดการสามารถทำได้ง่ายนักธุรกิจและเจ้าของกิจการได้รับข่าวสารข้อมูลที่กว้างขวางและลึกซึ่งยิ่งขึ้น Digital Economy จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยสามารถติดตอ่ประสานงานกับผู้ผลิต หรือลูกค้า ได้ง่ายและรวดเร็วผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งอีเมล์ การประชุมทางไกล ช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตสินค้าและ บริการในรูปแบบใหม่ๆ เข้าสู่
ตลาด โดยสามารถค้นคว้าข้อมูล ข่าวสารจากแหล่ง ต่างๆ ทั่วโลกแล้วนามาพัฒนา เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารระหว่างกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อนำเสนอและเปรียบเทียบเทคนิค วิธีการและรูปแบบ ใหมๆ
         ปัจจุบัน ยังมีการผันเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายไปสู่ระบบ e-Point ที่ผู้ซ์้อจะต้องนำเงินสดจริงไปแลกเปลี่ยน เป็นแต้มหรือคะแนนเพื่อใช้ซื้อสินค้าที่ต้องการ และสามารถทำกำไรจากการแลกเปลี่ยนนี้ได้ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ PTT Blue Card เติมน้ำมันเก็บแต้ม นำแต้มแลกซื้อสินค้าในราคาประหยัด หรือ Line Coin ที่ใช้ซือ้ผลิตภณัฑ์ต่างๆ ของ Line  

บริการด้วยตนเองด้วยระบบดิจิตอล (Digital Self Service)
สมาร์ทโฟน กลายเป็นทางเลือกสำคัญอันดับต้นของผู้บริโภคอายุ 18-49 ปี  Gen X และ Gen Y ที่มีสถิติเสพสื่อดิจิทัลเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน Self Service ได้กลายเป็นการยกระดับงานบริการ ที่ลูกค้าสามารถจัดการและเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา หมดเงื่อนไขการวิตกกังวลต่อข้อมูล เมื่อพฤติกรรมลูกค้าสามารถสร้างระบบการจัดการได้ด้วยตนเอง  ตัวอย่างรูปแบบการเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านสื่อโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มต่างๆ อาทิเช่น Websitefacebook  Instagram และ Line กระทั่งแอพพลิเคชั่นดังเช่น Shopee  Lazada  หรือรูปแบบการใช้บริการจองที่พัก Agoda การเดินทาง จองตั๋วเครื่องบินในแอพฯ ของสายการบินต่างๆ  กระทั่งแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์ของแอพฯ Grab  แม้กระทั่งยุคสมัยของการทำธุรกรรมทางการเงิน Internet Banking ฝาก ถอน โอน งานธุรกรรมต่างๆ ของสถาบันทางการเงิน ที่ใช้โปรโมชั่นพิเศษสร้างความสนใจให้ผู้บริโภคสร้างระบบการจัดการได้อย่างรวดเร็วฉับไว

รูปแบบบริการตนเองที่พบทั่วไปดังภาพ


รูปแบบบริการตนเองในยุคดิจิตอล


                                        



data by www.industry.go.th & smartsme.co.th

วันเสาร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2561

AI Applied

ประยุกต์ A.I. กับตลาดหุ้นไทย
ตอนนี้มี A.I. Trade เข้ามาเทรดปะปนกับนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยแล้วนะ! 
พื้นฐาน


ชีวิตประจำวัน


ตัวอย่าง




แนวคิด



ข้อดี




จะเห็นได้ว่า มนุษย์เริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิต พร้อมที่จะหาหนทางลัด ถึงแม้นว่า AI จะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น 
คล่องขึ้น สะดวกสบายขึ้น แต่หนทางนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียกับการใช้ชีวิตปกติของเราเอง 

Data by www.maoinvestor.com

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2561

เทรนด์เทคโนโลยีในปี 2018

Technology Trends 2018

เป็นประจำของทุกช่วงปลายปีจะมีบริษัท หรือสื่อต่างๆ จากหลายๆ สื่อ จะออกมาสำรวจ หรือจัดอันดับเทรนด์เทคโนโลยีในปี 2018 (Technology Trends 2018) ที่จะเข้ามารองรับสังคม ธุรกิจ หรือเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นผลของการสำรวจ PwC Global (PricewaterhouseCoopers) หนึ่งในสี่บริษัทตรวจสอบบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดจนยังให้บริการที่ปรึกษาการเงิน ที่ปรึกษาภาษีอากร การจัดหาทรัพยากรบุคคล การให้บริการด้านเทคโนโลยี และอสังหาริมทรัพย์ ได้เผยผลการสำรวจ TBM : Tech Breakthroughs Megatrend ซึ่งได้ทำการสำรวจรูปแบบเทคโนโลยีกว่า 150 แบบทั่วโลก เพื่อค้นหาว่าเทคโนโลยีใดจะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการและกลุ่มอุตสาหกรรมมากที่สุด โดยประเมินจากผลกระทบต่อธุรกิจและศักยภาพในเชิงพาณิชย์ในอีก 5-7 ปีข้างหน้า สำหรับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และ 3-5 ปี สำหรับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยผลจากการสำรวจพบว่า เทรนด์การใช้นวัตกรรมดิจิทัลจะเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนพลิกโฉมอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจส่งผลให้การจ้างงานมนุษย์ลดลง มีเทคโนโลยีสำคัญ 8 ประเภท (Essential Eight) ที่ภาคธุรกิจทั่วโลกต้องจับตา
ภาพ และข้อมูล : www.depa.or.th

วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

THUNDERBOLT

เทคโนโลยี THUNDERBOLT คืออะไร ? 

เทคโนโลยี Thunderbolt™ สร้างสรรค์โดยอินเทลเป็นอีกขั้นของเทคโนโลยีพอร์ต USB ที่รองรับการถ่ายข้อมูลด้วยความเร็วสูงทั้งการถ่ายโอนข้อมูลและวิดีโอ การนำเทคโนโลยี Thunderbolt มาใช้ผ่านพอร์ต USB-C ที่สร้างขึ้นร่วมกับ USB-IF ทำให้ Thunderbolt 3 เป็นพอร์ตที่ทำงานเร็วที่สุดเท่าที่มีวางจำหน่าย โดยจะเชื่อมต่ออุปกรณ์ Thunderbolt, จอภาพ HD และ 4Kทุกชนิด และอุปกรณ์ USB นับพันล้านชิ้นโดยใช้ปลั๊กชนิดกลับด้านขนาดเล็ก 1 อัน ถ่ายโอนข้อมูลเร็วกว่า 4 เท่า และมีแบนด์วิดท์วิดีโอมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับสายเคเบิลอื่นๆ.




THUNDERBOLT ถึงดีกว่า PORT เดิมยังไง

เนื่องจากปัจจุบันได้มีการทำงานนอกสถานที่กันมากขึ้นประกอบกับอุปกรณ์โน้ตบุ๊กเองมีขนาดเล็กลง พกพาได้สะดวกมากขึ้น ในการรองรับความเร็วของเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์มือถือ แต่นั่นก็เป็นความท้าทายที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและพอร์ตการเชื่อมต่อที่จะให้มีความเร็วเทียบเท่าเครื่องเดสก์ท็อปและมีการใช้งานที่รวดเร็วขึ้น Thunderbolt จึงได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้ โดยเทคโนโลยี Thunderbolt 3 ทำงานเร็วกว่า USB 3.0 ถึง 8 เท่า รองรับอัตราการส่งข้อมูลและวิดีโอที่รวดเร็วโดยใช้สายเคเบิลเพียงเส้นเดียว



Gbps (ย่อมาจาก กิกะบิตต่อวินาที)
หน่วยของอัตราการถ่ายโอนข้อมูลที่วัดความเร็วของแบนด์วิดท์ด้วยจำนวนพันล้านบิตที่ถูกถ่ายโอนในหนึ่งวินาที
USB มาตรฐาน (ย่อมาจาก Universal Serial Bus มาตรฐาน)
หัวเชื่อมต่อที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุด ใน “อีกฝั่ง” ของสาย USB โดยปกติแล้ว USB มาตรฐานจะสามารถใช้งานกับคอมพิวเตอร์ ที่ชาร์จในรถ ที่ชาร์จแบบเสียบกับผนัง และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย
พอร์ต USB (ย่อมาจาก พอร์ต Universal Serial Bus)
พอร์ตที่ออกแบบมาให้เป็นมาตรฐานของการเชื่อมต่อเพื่อส่งข้อมูลและจ่ายไฟระหว่างอุปกรณ์
USB 3.1
USB 3.1 คือรุ่นที่ถูกพัฒนาเป็นเจนเนอเรชั่น 2 ของ USB 3.0 โดยเจนเนอเรชั่น 2 ได้ประสบความสำเร็จในการเพิ่มอัตราความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลเป็นสองเท่าของเจนเนอเรชั่น 1 (USB 3.0) ทำให้ความเร็วของ USB เพิ่มขึ้นจาก 5 เป็น 10 กิกะบิตต่อวินาที
USB-C (หรือที่รู้จักในชื่อ Type-C)
หัวเชื่อมต่อ USB รุ่นใหม่ ได้รับการยกย่องให้เป็นมาตรฐานใหม่ เนื่องจากมีขนาดที่เล็กกว่า เร็วกว่า และใช้งานง่ายกว่า USB รุ่นก่อน USB-C ได้รับการสนับสนุนอย่างแพร่หลายจากผู้นำด้านอุตสาหกรรม ซึ่งหมายความว่า USB-C จะมาแทนที่ USB รุ่นอื่นๆ ทั้งหมด
USB-IF (ย่อมาจาก USB Implementers Forum)
องค์กรไม่แสวงกำไรที่ก่อตั้งโดยบริษัทที่พัฒนาเกี่ยวกับ Universal Serial Bus (USB) โดยภารกิจของ USB-IF คือการสนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยี USB ให้เป็นมาตรฐาน
4K (ย่อมาจากความละเอียด 4,096 พิกเซล)
กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของวิดีโอดิจิตอลคุณภาพสูงอย่างรวดเร็ว 4K คือความละเอียดแนวตั้ง 4,096 พิกเซล หรือ “4K” พิกเซล
Mini DisplayPort
เป็นรุ่นย่อยของ DisplayPort ซึ่ง Apple ได้พัฒนา Mini DisplayPort ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซแบบดิจิตอลสำหรับเชื่อมต่อระบบภาพและเสียงในปี 2008
**notebookspec.com

วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560

Intel..AMD

รวมกันเราอยู่
        ค่าย Intel และ AMD เป็นคู่แข่งในตลาดของชิปประมวลผลกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทั้งสองค่ายได้หันหน้ามาร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาชิปประมวลผลบนโน๊ตบุ๊คให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งโน๊ตบุ๊คที่มี ประสิทธิภาพสูงส่วนใหญ่จะใช้ชิปประมวลผล Intel's Core H-series จับคู่กับการ์ดจอ (GPU) ของ Nvidia ผลที่ได้คือ ตัวเครื่องมีความหนาเฉลี่ยประมาณ 26 มม.
        Intel ได้ใช้เทคโนโลยี Embedded Multi-Die Interconnect Bridge (EMIB) ที่ช่วยให้ GPU และ CPU สามารถรับส่งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพ โดยทาง Intel ได้พัฒนาตัวเชื่อมต่อแบบใหม่ขึ้นมา ทำงานร่วมกับไดร์เวอร์เฉพาะตัว ที่นอกจากจะให้การแบ่งปันข้อมูลทำได้ดีกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้อัตราการใช้พลังงาน และอุณหภูมิมีการจัดการที่ดีขึ้นด้วย
       AMD และ Intel คาดว่าโน๊ตบุ๊คที่ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่นี้จะเริ่มออกวางจำหน่ายในไตรมาสแรกของปี 2018 ทั้งนี้ความร่วมมือกันในครั้งนี้ ก็เพื่อลดแรงกดดันจากค่าย Nvidia ที่เป็นผู้ครองตลาดการ์ดจอส่วนใหญ่ในโน๊ตบุ๊ค และยังมีผลประโยชน์ต่อ MacBook และ MacBook Pro ของทาง Apple อีกด้วย
          อย่างไรก็ตาม Intel คงใช้เวลาสร้างอินเทอร์เฟซ และเขียนไดรเวอร์ซอฟต์แวร์มาใหม่ทั้งหมด เพื่อประสานองค์ประกอบทั้งสามอย่างในโปรเซสเซอร์ใหม่นี้ให้เข้าด้วยกันทำงานร่วมกันได้ รวมถึงการจัดการอุณหภูมิ การจัดส่งพลังงานและประสิทธิภาพการทำงานในแบบเรียลไทม์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงต้องใช้เวลาทดสอบเยอะพอสมควร และคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2018 ในงาน CES 2018 

วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ความน่าเชื่อถือในระบบดิจิตอล

โครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ
ระบบรหัสแบบอสมมาตร (Asymmetric Key Cryptography) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวประกอบด้วยกุญแจ 2 ดอก คือ กุญแจส่วนตัว (Private Key) และกุญแจสาธารณะ (Public Key) โดยที่บุคคลหรือเอ็นทิตี้หนึ่งๆ จะมีกุญแจทั้ง 2 ดอกดังกล่าว แต่เนื่องด้วยตัวของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าของกุญแจซึ่งอ้างถึงจริงหรือไม่ ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure : PKI) จึงเป็นโครงสร้างที่ก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือในการระบุถึงความเป็นเจ้าของกุญแจสาธารณะว่าเป็นของบุคคลนั้นจริง


ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certificate)

ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ คือ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง (Certification Authority - CA) เพื่อใช้บ่งบอกถึงความมีตัวตนที่แท้จริงในโลกแห่งอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ให้บริการออกใบรับรองจะทำการรับรองข้อมูลต่างๆ ซึ่งรวมถึงกุญแจสาธารณะที่ปรากฏในใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ว่าเป็นของบุคคลนั้นจริง โดยอาศัยเทคโนโลยีที่เรียกว่า เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure - PKI)
                
การเข้ารหัสแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ
          1. Symmetric Cryptography (Secret key ) หรือบางทีอาจเรียกว่า Single-key algorithm หรือ 
           one-key algorithm คือ การเข้ารหัสและถอดรหัสโดยใช้กุญแจรหัสตัวเดียวกัน คือ ผู้ส่งและผู้รับ
           จะต้องมีกุญแจรหัสที่เหมือนกันเพื่อใช้ในการเข้ารหัสและถอดรหัส
2. Asymmetric Cryptography (Public key) การเข้ารหัสและถอดรหัสโดยใช้กุญแจรหัสคนละตัวกัน การส่งจะมีกุญแจรหัสตัวหนึ่งในการเข้ารหัส และผู้รับก็จะมีกุญแจรหัสอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการถอดรหัส ผู้ใช้รายหนึ่งๆจึงมีกุญแจรหัส 2 ค่าเสมอคือ กุญแจสาธารณะ (public key) และ กุญแจส่วนตัว (private key) ผู้ใช้จะประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงกุญแจสาธารณะของตนเองเพื่อให้นำไปใช้ในการเข้ารหัสและส่งข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมาให้ ข้อมูลที่เข้ารหัสดังกล่าวจะถูกถอดออกได้โดยกุญแจส่วนตัวเท่านั้น

นำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างหลากหลายและปลอดภัย