วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

GPS Tracking System

ระบบ gps tracking 

คืออุปกรณ์ซึ่งใช้รับสัญญาณข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อแสดงข้อมูลการส่งสัญญาณ gps tracking ตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของอุปกรณ์ gps tracking และจะส่งผ่านข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ของอุปกรณ์ gps tracking ผ่านไปยังเครื่องรับสัญญาณปลายทาง ทำให้ผู้ใช้ สามารถตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของอุปกรณ์ gps tracking ได้
ซึ่งในปัจจุบันนำไปใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น ถ้านำไปใช้ในรถยนต์ จะเรียกว่า GPS Tracking Car Tracking หรือระบบติดตามรถ ซึ่งถ้าเป็นอุปกรณ์ ติดตามรถยนต์ที่ดี จะสามารถนำไปติดตั้งได้กับรถทุกชนิด ทั้งรถยนต์ รถบรรทุก รถมอเตอร์ไซด์  หรือแม้กระทั้งติดตามคนหรือสัตว์นั้น จะทำงานร่วมกับ Software ที่เรียกว่า gps tracking system โดยตัว Software นั้นจะทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากตัว GPS Tracking เพื่อให้ผู้ใช้งาน สามารถเข้าไปตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันของตัว gps tracking และยังสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ ตามความสามารถของ gps tracking system

ประโยชน์ของ GPS Tracking
ทำให้ทราบตำแหน่งและความเร็วของรถได้ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และ ระบบ Internet ตลอด 24
ชั่วโมง รับทราบถึงความเปลี่ยนแปลงต่ออุปกรณ์ปลายทางได้อย่างรวดเร็ว


วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

Quantum Computer

ควอนตัมคอมพิวเตอร์ 
แนวคิด ควอนตัมคอมพิวเตอร์  แบบย่อๆ
      ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะใช้หน่วยย่อยที่ต่างออกไปคือ "คิวบิต" (qubit) ซึ่งมีสถานะเป็น 1 และ 0 พร้อมกันได้ (ตามหลักของกลศาสตร์ควอนตัม) ทำให้วิธีการประมวลผลต่างออกไปจากคอมพิวเตอร์ปกติ และแก้ปัญหาที่คอมพิวเตอร์ปกติต้องใช้เวลานานมากในการประมวลผลได้เร็วขึ้นมาก
         ควอนตัมคอมพิวเตอร์ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อ  20  ปีที่แล้ว  โดยนักฟิสิกส์ชื่อ นาย   พอล เบนเนียบ (Paul  Benioff)  ผู้ซึ่งคนทั่วไปให้เครดิตเป็นคนแรกที่คิดขึ้นมาในปี  1981   นายเบนเนียบเรียกแนวคิดของเขาว่า  ควอนตัมเทอริ่งแมสชีน (Quantum  turing  Machine)   ซึ่ง คำว่า เทอริ่งแมสชีน  มาจากรากฐานของคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่
       เทอริ่งแมสชีน  เป็นเครื่องจักรที่พัฒนาขึ้นโดย นาย อลัน เทอริ่ง (Alan  turing )  ในปี  1930   ภายในประกอบด้วยม้วนเทป  ใช้สำหรับบันทึกข้อมูล  และมีหัวอ่านข้อมูลเมื่อเทปวิ่งผ่าน  เป็นสัญญาณ 0  กับ  1   และแปรสัญญาณไปควบคุมเครื่องจักรอีกทีหนึ่ง  โดยทำตามคำสั่ง 1  ครั้งต่อ 1  คำสั่ง
       ขณะที่ ควอนตัมเทอริ่งแมสชีน  ใช้พื้นฐานแบบเดียวกัน    เพียงแต่ลดหัวอ่านเทป  ให้มีขนาดเล็กลงอยู่ในระดับอะตอมแทน ซึ่งในระดับขนาดเล็กแบบนั้น ไม่ต้องทำงานเป็นอนุกรมเหมือนกับสายเทป   และสามารถทำงานได้หลายคำสั่งในครั้งเดียว
       คอมพิวเตอร์ของเทอริ่งในยุคแรกทำงานอยู่ได้เพียง  2 สถานะ  คือ 0  กับ  1    ส่วนควอนตัมคอมพิวเตอร์ไม่ได้จำกัดการทำงานอยู่เพียง 2  สถานะนี้เท่านั้น  ในระดับควอนตัมเราเรียกสถานะใหม่ว่า คิวบิท (qubits)  ซึ่งสามารถแสดงสถานะ   1  หรือ 0  ได้  หรืออยู่ระหว่าง 1  กับ 0  ได้ทุกๆค่า   หรือจะแบ่งซอยย่อยเป็นกี่พันกี่ล้านค่าก็ได้   คิวบิทคืออะตอมที่เป็นตัวเก็บ  และประมวลผลข้อมูล  ที่มีความสามารถอยู่ได้หลายสถานะในเวลาเดียวกันสถานะอันมากมายของคิวบิท ทำให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถทำการประมวลผลแบบขนานได้  ดังคำพูดของนักฟิสิกส์ นาย  เดวิด  ดอยส์ (David deutsch)  ที่ว่า การประมวลผลแบบขนาน  จะทำให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลคำสั่งนับล้านคำสั่งได้ในครั้งเดียว  ขณะที่คอมพิวเตอร์ทั่วไป   ต้องทำทีละคำสั่ง  ดังนั้น ควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาด  30  คิวบิท  เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์แบบเดิม  จะเทียบเท่ากับความเร็ว  10  เทราฟลอบ (Teraflops)  ซึ่งซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่มีความเร็วสูงสุด มีอยู่เพียง  2  เทราฟลอบ คือมากว่าถึง 5  เท่า
        ควอนตัมคอมพิวเตอร์ใช้คุณสมบัติทางควอนตัมที่เรียกว่า เอนแทงเกิลเมนต์ (entanglement)  ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับอะตอม โดยให้แรงภายนอกกระทำกับอะตอม  2  ตัวที่อยู่ใกล้กัน  จะทำให้เกิดการ เอนแทงเกิลขึ้น  แต่ถ้าอะตอมอยู่โดดเดี่ยว อะตอมตัวนั้นสามารถหมุนไปได้ทุกทิศทุกทาง  จากการทดลองกับอะตอมสองตัวที่อยู่ใกล้กัน โดยให้ตัวแรกหมุนไปในทิศทางหนึ่ง  ในขณะเดียวกันอะตอมที่สองจะหมุนไปในทิศตรงกันข้ามโดยอัตโนมัติ

         ถ้าควอนตัมคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้งานทั่วๆไปได้  ความเร็วของมันนั้นจะไม่มีจุดสิ้นสุด   มันจะมีความสามารถประมวลผลข้อมูลที่อยู่ในโลกนี้ทั้งหมดได้เพียงไม่กี่นาที   และมีความสามารถอันน่าทึ่งที่จะเจาะเข้าหาข้อมูลของคอมพิวเตอร์ทุกแห่งในเวลาเพียงเศษเสี้ยวของวินาที
      ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่กำลังรอประมวลผล เมื่อใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ต้องใช้เวลาหลายเดือน  เมื่อมาใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ใช้เวลาเพียงแว๊บเดียว  และการเคลื่อนย้ายมนุษย์ ที่เรียกว่า วิธีเทเลพอเทชั่น ก็สามารถกระทำได้ในเร็ววันนี้ 

ข้อมูล computerth.blogspot ; Computer Thai Tips  ฟิสิกส์ราชมงคล

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เครื่องมือเพิ่มพลังการเรียนรู้การโปรแกรม

Application software
อันที่จริงควรเรียกทับศัพท์ว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์ จะตรงตามความหมายที่สุด (th.wikipedia.org)
Computer program
คือ กลุ่มชุดคำสั่งที่ใช้อธิบายชิ้นงาน หรือกลุ่มงานที่จะประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์
           ในเวลาปัจจุบันนุษย์มีควาสามารถมากขึ้น ใช้สติปัญญาพัฒนาวิธีคิดวิธีทำให้ลดภาระข้อสงสัยกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของชุดคำสั่งต่างๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็วและแม่นยำ บทความนี้จะขอยกตัวอย่างสักหนึ่งตัวอย่าง

RAPTOR 
เครื่องมือเรียนรู้การโปรแกรม 
   การจัดการเรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับขั้นตอนวิธี มีเครื่องมือที่ช่วยสอนอยู่หลากหลาย ในที่นี้สามารถใช้ RAPTOR ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถสร้างกระบวนการคิดแบบลำดับขั้น ถ่ายทอดกระบวนการคิดและตรวจสอบกระบวนการคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสร้างกระบวนการคิดแบบลำดับขั้นด้วย RAPTOR
    ในการเรียนวิชาการเขียนโปรแกรม ผู้สอนมักสอนการถ่ายทอดกระบวนการคิดด้วยผังงาน
รหัสลำลอง หรือขั้นตอนวิธี  โดยผังงานนั้นเป็นเครื่องมือที่การถ่ายทอดกระบวนการคิดในแบบรูปภาพทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ  
     RAPTOR เป็นเครื่องมือที่ถ่ายทอดกระบวนการคิดในรูปแบบผังงานที่ลักษณะภาพเคลื่อนไหว โดยจะมีการลำดับการทำงานของผังงานทีละขั้นตอน และจะแสดงค่าของตัวแปรอย่างชัดเจนในแต่ละรอบการทำงาน สามารถตรวจสอบกระบวนการคิดและตรวจสอบข้อผิดพลาดในขณะที่เขียนผังงานได้สะดวกและรวดเร็ว             
            ผังงานทั้ง 3 รูปแบบคือ ผังงานแบบลำดับ ผังงานแบบทางเลือก และผังงานแบบวนซ้ำ
นั้น ผังงานแบบวนซ้ำจะทำความเข้าใจได้ยากที่สุดเนื่องจากมีการทำกระบวนการหนึ่งหลายครั้งโดยมีเงื่อนไขในการควบคุมและค่าของตัวแปรใน
แต่ละรอบของการทำงานจะเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไข
การใช้ RAPTOR ถ่ายทอดกระบวนการคิดและแสดงค่าของตัวแปรให้นักเห็นได้ชัดเจน โดยแสดงเป็น
ภาพเคลื่อนไหว จะช่วยให้เข้าใจการทำงานแบบวนซ้ำได้มากยิ่งขึ้น
     
 
             ท่านใดที่กำลังศึกษาในด้านนี้อยู่และขาดความเข้าใจ ลองศึกษาค้นคว้าและลองมือทดลองทำดู
จะเกิดความกระจ่างกับโปรแกรมต่างๆ มากยิ่งขึ้น
** ผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความตัวเต็มที่  http://oho.ipst.ac.th/raptor-algorithm-programming/** ผู้ที่สนใจสามารถ download RAPTOR และตัวอย่าง RAPTOR [3] ได้จาก http://raptor.martincarlisle.com/

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ดิจิตอลกับวงการแพทย์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ

จีโนมดิจิตอลส่วนบุคคล

จีโนม (Genome) คือ อะไร
จีโนม (Genome) คือข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดที่จำเป็นใช้ในการสร้างและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติของสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง หรืออีกในหนึ่ง จีโนม (Genome) คือ “แบบพิมพ์เขียว” (Blueprint)ของสิ่งมีชีวิต และจีโนม (Genome) อยู่บนดีเอ็นเอ(DNA) ซึ่งในสิ่งมีชีวิตชั้นสูง จีโนม (Genome) ก็คือชุดของ ดีเอ็นเอ (DNA)ทั้งหมดที่บรรจุอยู่ในนิวเคลียสของทุกๆ เซลล์นั่นเอง

หาข้อมูลต่อ ( http://www.thaibiotech.info/what-is-genome.php) ขอบคุณแหล่งข้อมูล
ปัญหาในอดีต 
การถอดจีโนมครั้งแรกของมนุษย์มีจำนวนดีเอ็นเอถึง 3.2 พันล้านคู่เบส ซึ่งใช้ต้นทุนหลายล้านเหรียญและใช้เวลาหลายปี 

ปัจจุบัน 
คุณสามารถถอดจีโนมได้ด้วยตัวเองและมีค่าใช้จ่ายน้อยลงมาก แถมยังเก็บข้อมูลจีโนมไว้ในแฟลชไดร์ฟและแชร์ผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อรับการวิเคราะห์ได้ทันที

เป็นที่มาของ จีโนมดิจิตอลส่วนบุคคลในแฟลชไดร์ฟ
การเข้ามาของข้อมูลจีโนมดิจิตอลจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยอาการของโรคต่าง ๆ ได้แม่นยำ
มากขึ้นเช่น โรคหัวใจและโรคมะเร็ง เป็นต้น 
ปัญหาสุขภาพหลายๆ อย่างตั้งแต่โรคหัวใจถึง
โรคมะเร็งมีพันธุกรรมเป็นปัจจัย โดยเฉพาะมะเร็งที่ถือเป็นโรคของจีโนม  ซึ่งข้อมูลจีโนมดิจิทัล
นั้นช่วยให้แพทย์ตัดสินใจเรื่องการรักษาโดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมของจีโนมเป็นองค์ประกอบได้
 และองค์ความรู้ใหม่นี้ยังช่วยให้ยาได้อย่างแม่นยำ โดยพัฒนาการบำบัดที่ตรงกับเป้าหมาย
เพื่อการบำบัดรักษาที่ดีขึ้น

ปัจจุบันีวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องขอขอบคุณแหล่งข้อมูลและสาารถชมข้อมูลได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=wpdq2VHOE3s

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2558

e-SIM technology

เทคโนโลยี electronic SIM card หรือ e-SIM             GSMA เป็นผู้แทนผลประโยชน์ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ มือถือทั่วโลกเป็นสมาคมศูนย์รวมของผู้ให้บริการเครือข่าย และเป็นองค์กรกลางที่จัดการเรื่องมาตรฐาน,การนำไปใช้งานและการโปรโมตระบบโทรศัพท์มือถือ GSM บริษัทต่างๆที่เกี่ยวกับมือถือถ้าต้องการเปลี่ยนระบบการใช้งานต้องเสนอกับ GSMA เพื่อให้ทาง GSMA กำหนดมาตรฐานออกมา บริษัทเหล่านั้นถึงจะดำเนินการใช้งานได้
            e-SIM นั้นต่างจาก SIM card ทั่วไปในปัจจุบันตรงที่ มันจะไม่ล็อคตัวเองอยุ่กับเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่ง แต่ตัว e-SIM เองจะถูกฝังมากับเครื่องโทรศัพท์มือถือหรือ gadget ประเภทอื่นๆที่ใช้เทคโนโลยีนี้เลย ดังนั้นผู้ผลิตก็ไม่จำเป็นต้องทำ SIM tray ไว้ให้ผู้ใช้เปลี่ยน SIM เองแล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน SIM อีกต่อไป และเมื่อไม่ต้องมีถาดซิมก็จะช่วยทำให้ออกแบบมือถือได้บางมากขึ้นหรือมีพื้นที่ไปใส่อะไรได้มากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Single Gateway

Gateway 
เกตเวย์แปลเป็นภาษาไทยคือประตูทางผ่าน ศัพท์ในวงการไอทีหมายถึงช่องทางเสมือนประตูเชื่อมระหว่างเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่ง ใช้เป็นตัวที่เชื่อมต่อโครงข่ายของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน
ปัจจุบันเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับเซิฟเวอร์ จะต้องผ่าน International internet gateway (IIG) ประเทศที่ต้องการควบคุมผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างเช่น จีน ผู้ให้บริการ IIG จะมีเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น
แต่ในปัจจุบัน ประเทศไทยเปิดเสรีโทรคมนาคม ทำให้เกตเวย์ในไทยเพิ่มมากขึ้นถึงสิบกว่าๆ เกตเวย์

Single Gateway
ก็คือการใช้เกตเวย์เดียวเหมือนบางประเทศเปรียบเสมือนการใช้ประตูเพียงบานเดียวเข้าออกทำให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตง่ายต่อการควบคุมโดยภาครัฐ

ภาพจาก https://sc1.checkpoint.com
แนวความคิดสำหรับผม ถ้าจะทำจริงควรแยก single gateway เป็น gateway แต่ละประเภทการใช้งาน
และกำหนดระเบียบแต่ละ gateway ให้เข้มงวดต่างกันไปตามความเหมาะสมของประเภท gateway
ถึงจะเสียงบประมาณที่สูงแต่ในระยะยาวที่เทคโนโลยีก้าวไปไกลจะได้ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์อีก ในทาง
ปฏิบัติก็เริ่มลงทะเบียนผู้ใช้งานแต่ละประเภทของ gateway จะได้เป็นระเบียบ ส่วน gateway ต่างประเทศ
ที่มีผู้ใช้งาน ก็ต้องลงทะเบียนผู้ใช้ ก็จัดทำระเบียนร่วมกัน โดยให้มาลงทะเบียนเชื่อมต่อ gateway เข้าด้วยกัน

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เขาเลือกคนประเภทไหนเข้าทำงาน?

บริษัทนวัตกรรมระดับโลก เขาเลือกคนประเภทไหนเข้าทำงาน?

@ “ความสามารถในการเรียนรู้” ซึ่งไม่เกี่ยวกับไอคิวหรือความฉลาดเฉลียว ความสามารถในการเรียนรู้ในที่นี้หมายถึงการจับเอาข้อมูลหลาย ๆ อย่างมาผสมผสานก่อเป็นความรู้ในการทำงานให้สำเร็จได้ ด็กเรียนเก่งแต่ไม่สามารถนำมาใช้ในชีวิตจริง หยิบเอารายละเอียดจากแต่ละเรื่องที่อาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน มาโยงให้เป็นองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหาได้ นั่นแหละคือคนทำงานเป็น

@ “ความเป็นผู้นำ” ในความหมายของโลกยุคใหม่ ไม่ใช่นิยามเก่า เช่นไม่จำเป็นต้องเป็นประธานชมรม ไม่ต้องเป็นหัวหน้ากลุ่มไหนในมหาวิทยาลัยมาก่อน ผู้นำของเราหมายความว่าเมื่อเกิดปัญหา คุณเป็นสมาชิกของทีมนั้น เมื่อได้จังหวะเวลาอันเหมาะสม คุณจะสามารถก้าวออกมานำคณะได้หรือไม่ และที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือว่าเมื่อถึงเวลานั้น คุณสามารถถอยหลังและหยุดการเป็นหัวหน้าทีมและปล่อยให้คนอื่นนำได้หรือไม่?” 

@ “ความถ่อมตนทางปัญญา” (intellectual humility) เพราะหากคุณไม่มีความเจียมตน, คุณก็ไม่สามารถจะเรียนรู้อะไรได้
ผลสำรวจหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า คนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ๆ จำนวนไม่น้อยเติบโตในหน้าที่งานการไม่ได้ เพราะทัศนคติผิด ๆ ที่ว่าตนเก่งกว่าคนอื่น “หนุ่มสาวที่ฉลาดและประสบความสำเร็จมักจะไม่ค่อยเจอกับความล้มเหลว และนั่นทำให้พวกเขาและเธอไม่อาจจะเรียนรู้จากความล้มเหลว” 
เด็กจบมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงมักมีท่าทีต่อชีวิตที่ผิด ๆ เช่นว่า “ถ้ามีอะไรดี ๆ เกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะฉันเป็นอัจฉริยะ แต่ถ้ามีอะไรแย่ ๆ เกิดขึ้น นั่นเป็นฝีมือของไอ้งั่งใครสักคนที่ไม่ใช่ฉัน หรือเป็นเพราะฉันไม่ได้รับการสนับสนุนเพียงพอในการทำงานชิ้นนั้น หรือเพราะสภาพตลาดเปลี่ยนไปจากเดิม...”

คนที่สมควรถูกเลือกคือ คนทำงานที่มีความรักงาน ทุ่มเท พร้อมจะถกแถลงอย่างเผ็ดร้อนเพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง แต่หากมีข้อมูลใหม่ที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน เขาหรือเธอก็จะยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่ออาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป และพร้อมจะถอยให้ข้อเท็จจริงใหม่ได้กำหนดทิศทางของเรื่องนั้น ๆ

(ฉพาะถ้อยคำที่โดนใจ)**http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/624195