วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566

Battery ชนิดต่างๆ ในงานโซล่าเซลล์

 แบตเตอรี่มี 4 ชนิด เพื่อให้สามารถเลือกใช้แบตเตอรี่ตามความต้องการได้

1.)แบตน้ำ (Flood)
        คือ แบตที่ใช้กันทั้วไป ที่คุ้นๆ กันคือแบตเตอรี่รถยนต์ ที่ต้องเติมน้ำกลั่น ราคาถูก เมื่อก่อนสมัยที่โซล่าเซลล์ พึ่งเข้ามาใหม่ๆ ได้ใช้แบตน้ำ สามารถทำให้ระบบทำงานได้ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เพราะเนื่องจากแบตเตอรี่ต้องเติมน้ำกลั่นทุกสัปดาห์ ทำให้เวลาที่ติดตั้งแล้วการที่จะเติมน้ำกลั่นที่เสาไฟถนนโซล่าเซลล์เป็นเรื่องที่ยาก ยิ่งจำนวนเสาไฟถนนโซล่าเซลล์เยอะ ยิ่งมีความลำ บากไปอีก

2.)เจล (Gel)
        คือ แบตเตอรี่ที่เป็นระบบปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศ และไม่ต้องการการดูแลหรือการเติมน้ำกลั่น ทำให้ช่วงนึงมีการใช้กันมากขึ้น ตามทฤษฎี เพื่อลดปัญหาการรั่วไหลของน้ำกลั่นออกจากแบตเตอรี่ ทำให้มีข้อเสียในเรื่องของการใช้งานที่ไม่อาจเทียบได้กับแบตเตอรีชนิดตะกั่ว (Lead) แต่จากการทดสอบประสิทธิภาพแล้วก็พอๆกับแบตเตอรี่แบบตะกั่ว และราคายังถูกกว่าอีกด้วย

3.)ตะกั่ว (Lead)
        คือ แบตเตอรี่ที่เป็นระบบปิดเหมือนกับแบตเตอรี่เจล (Gel) รู้จักกันในชื่อ แบตเตอรี่กรดตะกั่ว,ตะกั่วกรด (Lead acid) ที่ตอนนี้ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีความทดทานสูง การดูแลรักษาทำได้ง่าย เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นแล้ว หากซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้งานต้องอัดประจุแบตเตอรี่ซ้ำทุก3 เดือนทำให้สามารถเก็บแบตเตอรี่ไว้ได้นาน

4.)ลิเธียม (Lithium)
        คือ แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แบ่งเป็น 2 แบบ 
           
            - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery)
 เป็นแบตเตอรี่ที่ค่าการจ่ายไฟที่แรง และคงที่ มีระยะเวลาการชาร์จประจุไฟจนเต็มได้ไวกว่า ราคาก็แพงกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่นเช่นกัน
            - แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate)(LiFePO4) เป็นแบตเตอรี่ที่พัฒนามาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ทนต่อความร้อนที่เกิดจากปฎิกริยาเคมี ซึ่งสามารถให้พลังงานที่สูงกว่า ไม่เป็นพิษ มีอายุการใช้งานที่มากกว่าแบตเตอรี่รุ่นเก่า ราคาจึงสูง (อ้างอิง 
https://www.thaisolarlight.com/solar_article4.html)

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565

พฤติกรรมด้าน IT ยุคระบาดด้วยโรคร้านแรง

 หนทางดำเนินฃีวิตกับยุคโรคระบาดที่ชื่อว่า โควิด-19 ที่ไม่รู้จะจบแบบไหนหรือจะต้องอยู่ร่วม
กับโรคระบาด
ทำให้องค์กรต้องพลิกโฉมธุรกิจที่เคยดำเนินมานาน และต้องคนหาว่ารูปแบบธุรกิจ
แบบไหนถึงจะทำเงินได้
เพื่อธุรกิจจะได้ดำเนินต่อได้ แท้ประชาชนคนธรรมดาก็ต้องปรับเปลี่ยนอาชีพ
และหาวิธีการเหมือนกัน


1. ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นจะกลายเป็นวิถีของชีวิต บริษัทก็จำต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้เข้ากับรูปแบบ
เช่น การชำระเงิน ใช้แอป ,การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เป็นต้น สำหรับลูกค้าก็จำต้องเรียนรู้วิธีการและ
หนทาง ที่จะสื่อการกับวิธีการที่บริษัทดำเนินการอยู่ เช่น สแกน QR Code เป็น ,ตรวจสอบและระมัดระวัง
การใช้งานแอปต่างๆ เป็น เป็นต้น

2. ความไว้วางใจและความปลอดภัยเป็นฐานรากของนวัตกรรมที่ยั่งยืน  ด้านเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และอีโคซิสเต็มบนคลาวด์ ช่วยขยายการเข้าถึงและสร้างโอกาสด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร แต่สิ่งเหล่านี้ก็นำภัยคุกคามใหม่ๆ มาสู่องค์กรเช่นกัน อันที่จริงแล้ว ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าองค์กร 7 ใน 10 แห่ง ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งผ่านหลากหลายสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์หรือ on-premise ได้”

3. การนำเทคโนโลยีมาใช้ ควรเป็นไปเพื่อช่วยพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยแทนที่จะนำเทคโนโลยีเป็นชิ้นๆ เข้ามาช่วยปรับปรุงเวิร์คโฟลว์ต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบแบบบูรณาการที่ทรานส์ฟอร์มโมเดลธุรกิจอย่างแท้จริง” เช่น ด้านโลจิสติกส์ (Logistics)มาร่วมกับระบบ IT ประชาชนก็ต้องเรียนรู้ไม่ให้ถูกหลอกง่ายๆ

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

Metaverse

 Metaverse
คือ เทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวไปอีกขั้นจากปัจจุบันที่จะช่วยผสานโลกเสมือนจริงคู่ขนานไปกับ
โลกจริงทางกายภาพ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสร้างตัวตนและทำแทบทุกกิจกรรมได้ในโลกเสมือน
แบบ 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นการไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศหรือรับชมมหกรรมกีฬา
คอนเสิร์ตระดับโลกได้โดยไม่ต้องเดินทาง
 ซื้อสินค้าผ่านการทดลองสวมใส่หรือปฏิสัมพันธ์กับ
ผู้ขายได้ในโลกเสมือนจริง
ที่สำคัญคือ การใช้งานของผู้บริโภคสามารถเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์คู่ขนานไปกับโลกจริง
ทางกายภาพ
 ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออย่างแว่นและเชื่อมโยงการใช้งานกับแพลตฟอร์มที่ถูก
ออกแบบมาใหม่

Metaverse โอกาสแห่งอนาคตของธุรกิจ
โอกาสสำหรับการสร้างรายได้ใหม่ให้กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม
จากเดิมที่เน้นรายได้จากการโฆษณา
หรือค่าสมาชิก
  ไปสู่รายได้จากการทำธุรกิจด้านอื่นที่ต่อยอดได้มากขึ้นตามการใช้งานของผู้บริโภค 


ปี 65 Mataverse อาจจะพูดกันเร็วเกินไปที่จะนำมาใช้ประโยชน์จริงจัง

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

Supercomputer

 ซุเปอร์คอมพิวเตอร์ หมายถึง คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ ใหญ่กว่าขนาดใหญ่ธรรมดาที่เรียกว่าเมนเฟรม (main frame) มีสมรรถนะสูง ทำงานได้เร็วว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาหลายเท่าตัว ใช้ในงาน
ประมวลผลที่มีข้อมูลมาก และต้องการผลทันที เพื่อจะได้สั่งการต่อไป เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ใน
การส่งดาวเทียม หรือการส่งยานอวกาศ เป็นต้นในระบบเมนเฟรม มักจะมีคำที่ใช้สื่อสารบ่อยๆ ดังนี้

    node  คือ คอมพิวเตอร์ LAN อยู่ในระบบ Cluster ซึ่ง Cluster หมายถึงนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องมาต่อกันและแตาละเครื่องจะถูกเรียกว่า Node ของ Cluster นั้นเอง

    GPGPU คือ การประมวลผลหรือคำนวณด้วยการเรียกใช้หน่วย GPU ที่จริง GPU ถูกออกแบบให้ประมวลผลทางด้านกราฟฟิกเท่านั้นแต่ปัจจุบันกลายมาเป็น General-Purpose computation onGPUs  ถูกนำมาใช้กับงานประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่

    Cluster คือ กลุ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกตั้งค่าให้ทำงานด้วยกันจนเหมือนเป็นระบบเดียวกัน

    FLOPS คือ หน่วยวัดในการทำงานของคอมพิวเตอร์ ด้วยการนับจำนวนชุดคำสั่งในการประมวลผลเลขทศนิยมที่มีความสามารถทำได้ใน 1 วินาที

    liquid cooling คือ ระบบระบายความร้อนที่เปลี่ยนจากระบบระบายอากาศด้วยลม  มาเป็นการส่งน้ำไประบายความร้อนโดยตรงเรียกว่าระบบ warm water cooling นำน้ำอุณหภูมิห้องระบายความร้อน

    Patch คือ ในระบบที่ใช้กับ supercomputer มักโดนมือดีมาลอง hack โดยอาศัยช่องโหว่ของ
ระบบที่ใช้งานอยู่ จึงต้องมีการ Update Patch บ่อยครั้งหรืออาจเป็นประจำ

ยังมีคำที่ใช้อีกหลายคำแต่ความหมายคล้ายคลึงที่ใช้ในระบบ network


วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ปัญหาด้านไอทีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

@ ค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมและต้นทุนสูง

โอกาสที่คุณจะไม่มีงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมเรื่องต่างๆ เป็นไปได้สูง
ยกตัวอย่างเช่น การซ่อมแซมเครือข่าย ซึ่ง เครือข่ายมักเกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย
การแก้ปัญหาจึงเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลานาน หากมีความจำเป็นต้องซ่อมแซมเครือข่าย
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจจะทำให้ธุรกิจบางประเภทอยู่ในภาวะเสี่ยง

@ ต้นทุนบุคลากรไอทีภายในองค์กร

ข้อดีของการมีบุคลากรไอทีในองค์กรคือ ได้รับความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อคุณต้องการ
ข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่งคือ ไม่จำเป็นต้องกระจายงานบริการโซโลชั่นด้านไอทีให้กับบริษัทอื่น ๆ
ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกความต้องการของคุณนั้นได้รับการตอบโจทย์ แต่ข้อเสียก็คือ
ค่าบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านไอทีที่แพง

@ การคุ้มครองข้อมูล

ด้วยเหตุของการละเมิดข้อมูลทั้งหลายที่มีอยู่ในยุคนี้
ธุรกิจทุกแห่งกังวลเกี่ยวกับการโจมตีที่เป็นไปได้เกี่ยวกับข้อมูลและเครือข่ายของตนเอง
เดี๋ยวนี้ คนมักกังวล ว่าข้อมูลทางธุรกิจของตนรั่วไหลหรือไม่ก็ข้อมูลของลูกค้ารั่วไหลเช่นเดียวกัน
ทั้งสองอย่างนี้มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญและเป็นผลลบต่อบริษัท

@ งบประมาณด้านไอทีหลายทาง

ธุรกิจต่าง ๆ มักเกิดปัญหาขึ้นอย่างไม่ทันให้คุณได้เตรียมตัว มันก็ทำให้
คุณไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างครอบคลุม

@ ค่าธรรมเนียมพิเศษ สำหรับเรื่อง IT ต่างๆ

หากคุณเคยดำเนินการเกี่ยวข้องกับบริการต่าง ๆ ด้านไอที คุณรู้ว่าจะถูกเรียกเก็บเงินสำหรับ
สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พวกเขาเรียกเก็บ มีค่าจ่ายใช้แฝงซ่อนอยู่และมีข้อจำกัดความรับผิดชอบ
สำหรับทุกอย่าง

@ ระบบต่างๆ เกิดความผิดพลาด หรือระบบเครือข่ายต่างๆหยุดทำงาน

นักที่ธุรกิจขนาดเล็กจะเสียเวลาหรือฟุ่มเฟือยในการอัพเกรดให้ทันสมัย
อย่างไรก็ตาม การที่ไม่ดูแลรักษานั้นย่อมทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลง
เกิดความบกพร่องบ่อย และเมื่อเข้าขั้นรุนแรง ระบบก็จะพังลง

@ การจารกรรมข้อมูลอื่น ๆ

เรื่องการละเมิดข้อมูล รวมทั้ง พวก ไวรัส (Virus) มัลแวร์ (Malware)
และแรนซัมแวร์ (Ransomware) เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อคอมพิวเตอร์ของธุรกิจเราเอง

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นยังมีภัยที่เกิดจากคนในธุรกิจหรือองค์กรเดียวคิดไม่สื่อแอบขายข้อมูลหรือ
ลักลอบเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องหมั่นตรวจสอบระบบ
และข้อมูลต่างๆ ในการทำงานด้านดิจิตอลให้สม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย

ref; uaelinks.com › ข่าวเทคโนโลยี-2021 ,quickserv.co.th/cloud/knowledge-base/technology

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

COVID-19 กับเทคโนโลยีดิจิทัล

สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดอย่างรุนแรง เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการช่วยอำนวย
ความสะดวกให้เราใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

>> Smart Payment ชำระเงินรูปแบบใหม่ ไม่ง้อเงินสด 

แถลงการณ์จากองค์การอนามัยโลก ประกาศเตือนว่าเชื้อไวรัส COVID-19 อาจจะติดอยู่บนหน้าธนบัตรได้หลายวันเทคโนโลยี Smart Payment  ผ่าน  QR Code (คิวอาร์โค้ด) ระบบชำระเงินรูปแบบใหม่จึงสำคัญมากในสถานการณ์นี้

>> เทคโนโลยี Online Delivery 

ลดเสี่ยง..เลี่ยงพบปะผู้คน ด้วยการสั่งสินค้าและอาหาร ผ่านแอป Delivery ที่มีอยู่มากมายในตลาดขณะนี้ไม่ต้องเสี่ยงไปเบียดเสียดผู้คน สะดวกรวดเร็ว ส่งของทันใจไร้กังวล  หรือจะเลือกสั่งวัตถุดิบมาทำเองแบบสด ๆ  ใหม่ๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อให้ได้

>> เทคโนโลยี e-Commerce 

ลดเสี่ยง..เลี่ยงอยู่ในคนหมู่มาก เลือกซื้อสินค้าได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศ ที่มีให้เลือกสรรมากมายบนโลกออนไลน์ ผ่าน Platform หลากหลาย หรือจะซื้อผ่านการไลฟ์สดบนเฟสบุ๊ค ของบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ก็สามารถซื้อสินค้าได้แบบไม่ต้องใช้เงินสด 

>> เทคโนโลยี Digital Content & Entertainment

ลดเสี่ยง…เลี่ยงงานอีเวนท์ ในช่วงที่ทุกคนต้องเก็บตัวอยู่กับบ้านเป็นหลัก เราก็สามารถเปิดแอปพลิเคชั่นเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ ซีรีส์  หรือ MV เพลงดัง และคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมายก็มีพร้อม ไม่ต้องออกไปเจอผู้คนมากมาย

>> เทคโนโลยี Smart Learning

ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างหลากหลายภาคส่วน
ทำให้ทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ เอกชน และภาคการศึกษา ได้มีการปรับรูปแบบ
วิธีการทำงาน ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการติดต่อสื่อสาร
เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะ และการอยู่ในสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนเป็นจำนวนมาก ในตอนนี้ก็มีหลากหลายแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดใช้งานฟรี เพื่อรองรับการเรียน และการทำงานผ่านทางออนไลน์ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี


 นี่คือส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้นในสถานการณ์วิกฤตด้านเชื้อโรคที่ยังหาทางแก้ไขให้เด็ดขาดไม่ได้ ณ.เวลานี้

ref;.dct.or.th › covid-19 


วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2564

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)กับงานอื่นๆ

ด้านคัดเลือกแรงงาน 

ตลาดแรงงานปี 2564 องค์กรต่างๆจำเป็นต้องนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปช่วยในการเฟ้นหาผู้สมัครที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน AI จะช่วยให้แผนกทรัพยากรบุคคลทำงานเชิงรุกในการจ้างงานได้มากขึ้น และช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ว่าผู้สมัครใดเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทด้วยการใช้ข้อมูลเพื่อวัดคุณภาพของการจ้างงานแต่ละครั้ง นวัตกรรมต่างๆ เช่น ซอฟต์แวร์ในการคัดกรองอัจฉริยะที่สามารถคัดกรองใบสมัครได้แบบอัตโนมัติ แชตบอทที่ทำหน้าที่เป็นผู้สรรหาพนักงานที่สามารถนัดหมายกับผู้สมัครได้แบบเรียลไทม์ และการสัมภาษณ์แบบดิจิทัลที่ทำผ่านออนไลน์ ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินความเหมาะสมของผู้สมัครแต่ละรายได้ จะเริ่มกลายเป็นวิธีการทำงานปกติของแผนกทรัพยากรบุคคล AI ยังมีศักยภาพสูงมากในการสร้างเวิร์กสเปซที่หลากหลายและครบวงจร สามารถลดอคติ และเพิ่มความเป็นกลางในการตัดสินใจเรื่องการจ้างงานผ่านอัลกอริทึ่มต่างๆที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งจะแยกแยะคุณสมบัติเฉพาะตัวที่แตกต่างกันของผู้สมัครแต่ละคนออกมาให้เห็น นอกจากนั้น การใช้ AI ในการดูแลสุขภาพจะกลายเป็นภารกิจสำคัญ โดยตลอดปี 2564 จะมีการนำ AI ไปใช้กับการดูแลสุขภาพในหลายด้านอย่างรวดเร็ว การใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งกับชุดข้อมูลต่างๆ ทั่วโลกได้แบบเรียลไทม์ จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถติดตามการสัมผัสระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้อย่างละเอียด, ช่วย ให้การวินิจฉัยแม่นยำ, ใช้การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ในการติดตามอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (personal protective equipment : PPE), จัดสรรบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านกระบวนการบริหารสินค้า

ซัพพลายเชน (กระบวนการตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ ผลิต จัดเก็บ จนถึงการจัดส่งผลิตภัณฑ์ถึงมือลูกค้า) จะกลายเป็นระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ดิจิทัลซัพพลายเชนพัฒนาอย่างรวดเร็วในปี 2564 มุมมองเดิมๆของผู้รับผิดชอบด้านซัพพลายเชนที่เกี่ยวกับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันคือ เน้นไปที่เรื่องของประสิทธิภาพและค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันจะเปลี่ยนไปเน้นในเรื่องของความคล่องตัวและความยืดหยุ่น และนั่นคือจุดที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง ดิจิทัลซัพพลายเชนจะช่วยให้ธุรกิจหนึ่งๆที่ประกอบด้วยองค์กรหลายแห่งทำงานร่วมกัน (multi-enterprise) สามารถเห็นและรับรู้ความเป็นไปในการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ สามารถวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ได้ดีขึ้น และใช้ระบบอัตโนมัติที่ชาญฉลาดได้มากขึ้น ผู้รับผิดชอบด้านซัพพลายเชนจะสามารถปรับและใส่ความยืดหยุ่นให้กับระบบซัพพลายเชนของตนได้ตามความต้องการของตลาด และใช้ระบบนิเวศด้านพันธมิตรให้เป็นประโยชน์ได้มากขึ้น เครื่องมือดิจิทัลต่างๆเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีที่ผสานระหว่างโลกความจริงและความเสมือนจริงเข้าด้วยกัน (AR) และการทำงานอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ที่มนุษย์เป็นผู้ออกแบบกระบวนการและขั้นตอน รวมถึงการตัดสินใจต่างๆ (robotic process automation : RPA) และคาดว่าจะยกระดับศักยภาพที่มีและนำไปสู่สินค้าและบริการใหม่ๆ ที่น่าสนใจและมีอิทธิพลต่อลูกค้าเป็นอย่างมาก

ด้านกลั่นกรองจากข้อมูลดิบ

เทคโนโลยีเครือข่ายขั้นสูง ระบบไร้สายรุ่นอนาคต เทคโนโลยี AI และอื่นๆ ทำให้วิสัยทัศน์ในเรื่องนี้กลายเป็นความจริง  ยิ่งไปกว่านั้น เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่มีราคาถูกจะถูกติดตั้งใช้งานในทุกๆ ที่ และเราจะสามารถติดต่อสื่อสารกับโลกของเรา เครื่องจักรต่างๆ และผู้คนทั่วโลกในรูปแบบที่แปลกใหม่สถานที่ทำงานคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด  ข้อมูลเชิงลึกที่กลั่นกรองจากข้อมูลดิบที่ได้รับจากเซ็นเซอร์จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพ และเมื่อผนวกรวมเข้ากับ Wi-Fiและเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งที่ตั้ง และเชื่อมโยงเข้ากับแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกันอย่างเช่น Webex ก็จะสามารถระบุพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นมากเกินไป หรือพื้นที่ที่มีการใช้งานน้อยเกินไป ทั้งยังสามารถตรวจสอบควบคุมสภาวะต่างๆ เช่น อุณหภูมิห้อง ความชื้น คุณภาพของอากาศ และแสงสว่างอย่างไรก็ดี เซ็นเซอร์มีศักยภาพที่มากกว่านั้น  ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์ที่ใช้ในการแข่งกีฬาจะแจ้งเตือนเกี่ยวกับการชนกระแทกของนักกีฬา และมีเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับความเหนื่อยล้าของพนักงานในสภาพแวดล้อมการทำงานที่อาจเป็นอันตรายข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกเก็บรวบรวมและแปรเปลี่ยนเป็นข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ที่สามารถนำไปใช้งานได้ในทางปฏิบัติ โดย AI จะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยให้เราตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น 

ด้านระบบรักษาความปลอดภัย

ระบบคลาวด์และโมบิลิตี้มีความสำคัญอย่างมากต่อความคล่องตัวในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องขององค์กรต่างๆ ในช่วงปี 2563  แต่เนื่องจากมีพนักงานจำนวนมากที่ทำงานกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ และมีอุปกรณ์มากมายที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์หลายๆ ระบบ ดังนั้นขอบเขตพื้นที่ของการรักษาความปลอดภัยจึงค่อยๆ พร่าเลือน และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบสนองอย่างฉับไวและทันท่วงทีต่อภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องอาศัยระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรที่ทำงานโดยอัตโนมัติ และง่ายต่อการใช้งานและตรวจสอบ  รายงานผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยประจำปี 2564(2021 Security Outcomes Study) ของซิสโก้ระบุว่า ชุดเทคโนโลยีที่มีการบูรณาการอย่างเหมาะสมคือปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จ

ปัจจุบันมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว มีการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเพื่อปรับปรุงองค์กรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตอบสนองได้อย่างฉับไว และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ สุดท้ายก็ควรมีการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วยเช่นกัน

** ref;moneyandbanking.co.th/article , thairath.co.th/lifestyle

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

Over Clock

 Over Clock  คือการนำเอาอุปกรณ์เช่น CPU ที่ออกแบบมาสำหรับให้ทำงานที่ความเร็วค่าหนึ่ง 
แต่นำมาใช้งานที่ความเร็วสูงกว่านั้น เช่น CPU ความเร็ว 400 MHz แต่นำมาใช้งานที่ 500 MHz แทน เป็นต้น ภาษาที่ใช้แทนสำหรับการ Over Clock ก็เช่น 400@500 เป็นต้น นอกจากนี้ อุปกรณ์อื่น ๆ
ก็สามารถนำมา Over Clock ได้เหมือนกันนะครับ เช่น RAM ที่เป็นแบบความเร็ว 100 MHz ปรับให้มีความเร็ว 133 MHz รวมถึงการ Over Clock การ์ดจอเช่นการ์ดจอทำงานที่ความเร็ว 110 MHz แต่ตั้ง
ให้ทำงานที่ 120 MHz อย่างนี้ก็เรียกว่า Over Clock เช่นเดียวกัน ในวงการนักเล่นคอมพิวเตอร์ทั่วๆ
ไปจะนิยมทำ Over Clock กับ CPU มากกว่า เพื่อมีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น



ข้อควรระวังคือ ไม่ควรที่จะทำการ Over Clock มากจนเกินไปต้องระวังเรื่องของความร้อนให้ดีด้วย CPU ร้อนมาก ๆ ก็อาจจะเสียหาย ถึงขั้นพัง จะได้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ก่อนจะทำการ Over Clock ควรมีความรู้อะไรบ้าง
1. Check CPU stability (ตรวจสอบประสิทธิภาพและเสถียรภาพการทำงานของ CPU)
2. Check your core temp (ตรวจสอบอุณภูมิใช้วิธีแตะที่ตัว CPU ก็ได้)
3. Run the stress tests (ทดสอบโดยเพิ่มงานให้มันเปิดโปรแกรมที่ใช้งานประมวลผลสูง)
4. Get into the BIOS (การเข้าถึงหน้าเมนู BIOS เพื่อปรับแต่งค่าต่างๆ)
5. Go for auto-overclock (ไปที่ auto-overclock แล้วตรวจสอบผลการทำงาน)
6. Changing the multiplier (ลองเปลี่ยนค่าคำนวณการคูณ)
7. Test at max load (ทดสอบในโหมดจัดหนัก)
8. Finding the limit (ทดสอบตั้งค่าแล้วหาข้อจำกัด)
9. Increasing the voltage (เพิ่มพลังงานอาจต้องเปลี่ยน Power Supply)
10. Back to benchmarking (การทำการทดสอบผลการทำงานปรับค่าให้เหมาะสม)

เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่าง ลองใช้งาานพีซีของคุณที่สามารถดึงทรัพยากรออกมาได้อย่างที่หวังไว้หรือไม่

ref; overclockzone.com / extremeit.com

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

10th GEN Intel Core

 เทคโนโลยีศักราชใหม่ของโปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท็อปในแพลตฟอร์มระดับเมนสตรีมจาก
Intel 
สัญญาณนาฬิกาสูงระดับ 5Ghz+ ที่ช่วยให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมทำออกมาได้อย่างไหลลื่น และ ด้วยจำนวนคอร์และเทรดที่มีมาให้ ก็ยังสามารถตอบโจทย์ในการทำงาน รองรับการประมวผลที่สลับซับซ้อนได้อย่างสบาย



โมเดลเดียวที่มีเทคโนโลยี Intel Thermal Velocity Boost (Intel TVB) ที่จะปรับเพิ่มความถี่สัญญาณนาฬิกาทั้งในรูปแบบ Single Core และ Multi Core โดยระบบจะคำนวนจากความร้อนซีพียูขณะเวลานั้นๆ ผนวกกับความต้องการของ Work Load ในช่วงเวลาขณะใช้งาน

ซีพียูแต่ละรุ่นด้วยรหัสอักษรท้าย
ข้อมูลอย่างเป็นทางการของอินเทลจะเห็นว่า รหัสซีพียูกลุ่มบนในเจเนอเรชั่นนี้อย่าง i9 และ i7 ใช้เลขรหัสที่ไม่ค่อยน่าสับสนเท่าไหร่ เนื่องจากใช้เลขรหัสชุดเดียวกัน แต่ต่างกันด้วยรหัสอักษรตามด้านหลัง

10th Intel Core Desktop Processors นอกจากโมเดลที่มีทางเลือกหลากหลายในงบประมาณ ก็ยังมีรหัสต่อท้ายที่หลากหลายความต้องการ เช่น K ,F ,KF และ KA

"K" : รหัสต่อท้าย "K" ที่มาด้วยจุดเด่นของซีพียูแบบ "Unlock" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งโอเวอร์คล็อกสัญญาณนาฬิกา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซีพียูและเมโมรีให้สูงกว่ามาตรฐาน โดยจะต้องใช้คู่กับเมนบอร์ดชิพเซ็ต Intel Z490 เท่านั้น ถึงจะสามารถโอเวอร์คล็อกเพิ่มประสิทธิภาพได้ 

"F" รหัสต่อท้าย "F" โดยปกติซีพียู 10th Intel Core Desktop Processors ที่จะมาพร้อมกับกราฟฟิก Intel UHD Graphics แต่ถ้าซีพียูรหัสต่อท้าย "F" จะถูกตัดออกไป ในราคาที่ถูกลงมาเล็กน้อย ก็เหมาะกับผู้ที่ประกอบเครื่องที่มีการ์ดจอประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่ใช้ออนบอร์ดแน่นอน

"KF" : รหัสต่อท้าย "KF" คือซีพียูที่ "Unlock" สามารถให้ผู้ใช้งานปรับแต่งโอเวอร์คล็อกสัญญาณนาฬิกา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซีพียูและเมโมรีให้สูงกว่ามาตรฐาน และ ไม่มี Intel UHD Graphics 

"KA" : รหัสต่อท้าย "KA" คือซีพียูที่ "Unlock" เหมือนรหัสต่อท้าย "K" แต่จะมีความพิเศษที่เป็น AVENGERS COLLECTORS EDITION อีกทั้งยังสามารถแลกรับเกม Marvels Avengers ได้ฟรี 

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับคุณลักษณะ


เลือกซีพียูแล้วอย่าลืมเลือกจับคู่กับอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเต็ม 100%

ref; techmayday.tech,techmayday.tech,beartai.com,thailand.intel.com

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564

Secure Boot + UEFI

 Secure Boot

แนวคิดของ Secure Boot คือ UEFI ในฐานะตัวโหลดระบบปฏิบัติการ จะตรวจสอบว่าระบบปฏิบัติการมีอะไรปนเปื้อน เช่น มัลแวร์ หรือไม่ ผ่านการเช็คคีย์ (PKI) ของไฟล์อิมเมจระบบปฏิบัติการ รายละเอียดจริงๆ มีเยอะกว่านั้น

UEFI 

UEFI มาจากคำว่า Unified Extensible Firmware Interface เป็นซอฟต์แวร์คำสั่งให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ทำงานในช่วงเริ่มต้นที่เราเริ่มเปิดเครื่อง โดยคร่าว ๆ ก็เป็นเหมือนไบออส (BIOS) แต่ถูกพัฒนามาเพื่อลดปัญหาของระบบไบออสแบบเดิม การลงวินโดว์แบบ UEFI นั้นเฟิร์มแวร์ในชิพจะเชื่อมต่อกับส่วนบูตวินโดว์ในฮาร์ดดิสก์เลย ทำให้ลดเวลาในการตรวจสอบฮาร์ดแวร์ในส่วนของ บูตเรคคอร์ดออกไป ด้วยข้อดีนี้ ในอนาคตอันใกล้ UEFI จะมาแทนที่ระบบการบูตด้วยไบออสแบบดั้งเดิม ซึ่งมีข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น ขนาดพื้นที่ในการแบ่งพาร์ทิชันของฮาร์ดดิสก์ และเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างมากทำให้การทำงานต้องรอ

ก่อนหน้านี้บูตเรคคอร์ด (Boot Record) ของฮาร์ดดิสก์จะเป็นแบบ MBR (Master Boot Record) จะต้องเซ็ตเมนูไบออสให้บูตเป็น Legacy mode ส่วนระบบบูตแบบ UEFI รองรับระบบปฏิบัติการตั้งแต่วินโดว์ 8 เป็นต้นไป และฮาร์แวร์ก็ต้องรองรับด้วยโดยเฉพาะเมนบอร์ด และฮาร์ดดิสก์แบบโซลิดสเตท (SSD) ในที่นี่จะขอยกตัวอย่างกรณีระบบปฏิบัติการวินโดว์ 10 ก่อนอื่นจะต้องตั้งค่าบูตเรคคอร์ดของฮาร์ดดิสก์ให้เป็นแบบ GPT (GUID Partition Table) จึงต้องสร้างพาร์ทิชันใหม่ทั้งหมด ถึงจะเริ่มติดตั้งวินโดว์ได้

UEFI ทำให้เราใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนตอนที่เริ่มเปิดเครื่อง จะใช้เวลาบูตที่ค่อนข้างเร็วกว่าที่ผ่านมาจากผลการทดสอบใช้เวลาประมาณ 10 วินาที เป็นอย่างน้อย

ฟีเจอร์ Secure Boot จะมีประโยชน์ด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันมัลแวร์หรือการโจมตีที่เข้ามาแก้ไฟล์ระบบปฏิบัติการ เพื่อปิดความสามารถด้านความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ ตั้งแต่ตอนบูตเครื่อง

เครื่องที่จะได้ใช้ฟีเจอร์นี้จะต้องมีฮาร์ดแวร์ UEFI เวอร์ชัน 2.3.1 ขึ้นไป และไมโครซอฟท์บอกว่าฟีเจอร์นี้ไม่ได้ปิดกั้นการลงระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น ลินุกซ์ แต่อย่างใด ผู้ใช้ยังมีสิทธิควบคุมเครื่องของตัวเองเหมือนเดิม

ดังนั้นการติดตั้ง HDD เป็น Lagacy mode แล้ว Bios ไม่เจอ HDD เพราะไบออสถูกตั้งค่าเป็น Boot UEFI mode สาเหตุเพราะไบออสคืนค่าโรงงานกลับไปเป็น UEFI mode ทำให้ PC ไม่สามารถบูต HDD ที่เป็น Legacy ได้ เราจะต้องเข้าไปแก้ไขใน Bios ปรับค่าเป็น Boot Lagacy mode เพื่อให้ตรงกับ HDD ที่เป็น Lagacy mode นั่นเอง 

Secure Boot เป็นฟังก์ชั่นของระบบไบออส UEFI ฟีเจอร์นี้มีไว้ในกรณีที่ระบบปฏิบัติการที่มีรูโหว่แล้วถูกไวรัสเขียนทับไฟล์ระบบที่ใช้บูตเมื่อผู้ใช้รีสตาร์ต ระบบจะหยุดทำงานที่จอดำเพื่อไม่ให้ไวรัสก่อความเสียหายเพิ่มเติมทางเทคนิคแล้วระบบปฏิบัติการสมัยใหม่ที่ทำงานปกติจะต้องป้องกันเขียนการทับไฟล์บูตโดยผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตอยู่แล้วฟังก์ชั่นนี้จึงเป็นเกราะป้องกันขั้นสุดท้ายที่ปลายเหตุเท่านั้น (เพราะว่าไวรัสเจาะถึงแก่นของระบบแล้ว) จะแก้ไขยากมาก

แต่ในกรณีที่คุณจะใช้ระบบปฏิบัติการทางเลือก เช่น GNU/Linux, FreeBSD, FreeDOS ฯลฯ อาจต้องปิด Secure Boot (หรือไม่ก็ต้องตั้งค่าลายเซ็นดิจิตอลที่ใช้ใน Secure Boot และเซ็นไฟล์ของระบบปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องด้วยมือผ่าน Bios) เนื่องระบบปฏิบัติการเหล่านี้ไม่ได้มาจากไมโครซอฟต์ครับ (ถ้าไม่ปิด ระบบจะบูตไม่ขึ้น ไมโครซอฟต์เขียนเงื่อนไขกับผู้ผลิตคอมไว้ว่าคอมทุกยี่ห้อที่จะขายพร้อมวินโดวส์ จะต้องเปิด Secure Boot ไว้โดยดีฟอลต์ )

ถ้าใครเคยเปลี่ยนเฟิร์มแวร์โทรศัพท์ด้วยฟังก์ชั่น Secure Boot ทำงานเหมือนกับการล็อกบูตโหลดเดอร์โทรศัพท์คล้ายคลึงกันทำให้เราลงเฟิร์มแวร์/ระบบปฏิบัติการ ที่มาจากบริษัทอื่นไม่ได้ 

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

Redundant Array of Independent Disks

 RAID

เป็นระบบจัดเก็บข้อมูล การนำเอา Harddisk ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาทำงานร่วมกันเสมือนเป็น harddisk    ตัวเดียวที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น หรือมีโอกาสที่จะสูญเสียข้อมูลน้อยลงในกรณีที่เกิดความผิดพลาดของ hardware (fault tolerance) กลุ่มของ harddisk ที่เอามาทำงานร่วมกันในเทคโนโลยี RAID จะถูกเรียกว่า disk array โดยระบบปฏิบัติการและ software จะเห็น harddisk ทั้งหมดเป็นตัวเดียว ซึ่งการทำ RAID นี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการเก็บรักษาข้อมูลแล้วยังเป็นการประหยัดอีกด้วย ในการทำ RAID  จะต้องรู้จัก Data Striping , Parity Bit

Data Striping
คือการแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ แล้วนำแต่ละส่วนไปเก็บใน harddisk แต่ละตัว การทำ striping นี้จะช่วยให้การอ่าน หรือเขียนข้อมูลใน disk array มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะแต่ละไฟล์จะถูกแบ่งเป็นส่วนๆ กระจายไปเก็บในส่วนที่ต่างกันของ harddisk หลายตัว โดย harddisk เหล่านั้นทำงานไปด้วยกันแบบขนาน (parallel) จึงทำให้การเข้าถึงข้อมูลนั้นเร็วกว่า harddisk แบบตัวเดียวอย่างแน่นอน

Parity Bit
คือ บิตที่เพิ่มเข้าไปในข้อมูล โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องนำไปต่อท้ายหรือขึ้นต้น เพื่อทำให้แน่ใจว่าบิตที่เป็นค่า 1 ในข้อมูลมีจำนวนเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ การใช้พาริตี้บิตเป็นวิธีที่ง่ายอย่างหนึ่งในการตรวจจับและแก้ไขความผิดพลาด




การทำ Raid โดยใช้ Hardware Card เข้ามาร่วมทำงาน มีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจากสามารถจัดการข้อมูลผ่าน CPU บน Card ของตัวเอง
การทำ Raid โดยใช้ Software RAID จะอาศัย CPU ของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งมีหน้าที่ทำงานทุกอย่างของ RAID ทำให้การทำงานช้าโดยเฉพาะเมื่อต้องทำการคำนวณ parity

RAID แบบต่างๆ ที่มีความสามารถต่างกัน และถูกเอามาใช้ในงานที่แตกต่างกัน แล้วแต่ผู้ใช้
Hot Spare Disk
ถ้ามีดิสก์ตัวใดตัวหนึ่งเสีย RAID จะใช้ดิสก์ที่เป็นตัว spare ทำการสร้างข้อมูลขึ้นมาใช้แทนดิสก์ตัวที่เสียไปโดยอัตโนมัติ
Hot Swap Disk
ถ้ามีดิสก์ตัวใดตัวหนึ่งเสีย ผู้ใช้สามารถถอดเอาดิสก์ตัวนั้นออกมาแล้วใส่ตัวใหม่เข้าไปแทนที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องปิดระบบ

RAID มีประเภท จะแบ่ง RAID ตามประเภทของการจัดการจัดเก็บข้อมูลและเทคโนโลยีแล้วจะมีมากกว่า 10 ชนิด แต่ที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย จริงๆจะมีอยู่ราว 5 ชนิดคือ RAID-0, RAID-1, RAID-0+1, RAID-3 และ RAID-5 นอกจากนี้แล้วประเภทของ RAID ชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นในขณะนี้คือ RAID-30 และ RAID-50 สำหรับคุณสมบัติและหลักในการทำงานของ RAID ทั้ง 7 ชนิดดังนี้

RAID-0 (Striping)
มีประสิทธิภาพอัตราการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุด

RAID-1 (Disk mirroring)
เป็นการบันทึกข้อมูลลงบนตัวฮาร์ดดิสก์ทั้งสองพร้อมๆ กัน และเป็นข้อมูลเดียว กันเหมือนๆ กันเพื่อสำรองข้อมูลให้ปลอดภัยซึ่งกันและกันในกรณีที่หากมีฮาร์ดดิสก์ตัวใด ตัวหนึ่งเสียขึ้นมาก็จะไม่เกิดการสูญเสียเกิดขึ้นซึ่งเป็นเทคนิคการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลชนิด

RAID-0+1 (S triping/Mirroring)
RAID-10 ได้นำข้อดีหรือคุณสมบัติเด่นของ RAID-0 ที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว และ RAID-1 ที่มีความ ปลอดภัยของข้อมูลมาประสานรวมกัน เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทั้งความเร็วและความปลอดภัยในการใช้งาน RAID-10 มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “Dual data redundancy”

RAID-3 (Parallel access with a dedicated parity disk)
การจัดการของข้อมูลที่ถูกจัดเก็บลงบนฮาร์ดดิสก์ (อย่างน้อยต้องใช้ 3 ตัว) ซึ่งจะมีฮาร์ดดิสก์ตัวหนึ่งถูกใช้เก็บเฉพาะพาริติ้ เพียงอย่างเดียว ซึ่งข้อมูลพาริติ้เป็นข้อมูลที่ใช ้ในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ส่วนข้อมูลที่ใช้งานจริงจะเก็บอยู่ในฮาร์ดดิสก์ ตัวที่เหลือ โครงสร้างของ RAID-3 จะช่วยใน การเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่าน/เขียนข้อมูล เพราะเป็นการเข้าถึงข้อมูลด้วยฮาร์ดดิสก์หลายๆ ตัวในขณะเดียวกัน พร้อมๆ กัน นอกจากความเร็ว ที่เพิ่มขึ้นก็ยังมีระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ของข้อมูลด้วยการตรวจสอบข้อมูลพาริติ้

RAID-5 (Independent access with distributed parity)
ลักษณะการและการทำงานของ RAID-5 จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับ RAID-3 เว้นแต่จะต่างกันตรงที่ในระบบ RAID-3 จะเก็บข้อมูลพาริตี้ และข้อมูล ใช้งานไว้ใน ฮาร์ดดิสก์แยกออกจากกัน

RAID-30 ( Striping of Dedicated Parity Arrays)

RAID-50 ( Striping of Distributed Parity Arrays)

BOD- ( Single Drive )
RAID ตัวใหม่ ที่เริ่มจะได้รับความนิยม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ โดยอาศัยหลักการทำงานผสมผสานกันระหว่าง RAID - 3 และ RAID - 0 เข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว RAID-30 จะเป็นการใช้ข้อดีของ RAID-0 ที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว และ RAID- 3 ที่มีความปลอดภัยของข้อมูล มาประสานรวมกัน โดยมองโครงสร้างไดร์ฟทั้งหมดเป็นแบบ RAID- 0 คือมีการแยกไดร์ฟเป็นสองชุด โดยแต่ละชุดจะทำการเก็บข้อมูลแบบ RAID-3 ซึ่งข้อมูลที่เข้ามาเก็บจะถูกแบ่งเป็นบล็อก กระจายเก็บลงบนฮาร์ดดิสก์แต่ละชุด ซึ่งแต่ละชุดมีการทำพาริติ้ข้อมูล แบบ RAID-3 คือทำแล้วเก็บข้อมูลพาริติ้ไว้ที่ไดร์ฟเดียวในแต่ละชุด (สมมุติมีฮาร์ดดิสก์ 6 ตัว ทำเป็น RAID-30 จะมีฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูลที่ใช้จริง 4 ตัว อีก 2 ตัวใช้เก็บเป็นพาริติ้ไดร์ฟของแต่ละชุด)

ref  ; quickserv.co.th / th.wikipedia.org

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

Ransomware

 Ransomware เป็นมัลแวร์ (Malware) ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกับมัลแวร์ประเภทอื่น ๆ คือไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลของผู้ใช้งานแต่อย่างใด แต่จะทำการเข้ารหัสหรือล็อกไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ ผู้ใช้งานจะไม่สามารถเปิดไฟล์ใด ๆ ได้เลยหากไฟล์เหล่านั้นถูกเข้ารหัส ซึ่งการถูกเข้ารหัสก็หมายความว่าจะต้องใช้คีย์ในการปลดล็อคเพื่อกู้ข้อมูลคืนมา ผู้ใช้งานจะต้องทำการจ่ายเงินเพื่อขอคีย์ปลดล็อคในการเปิดไฟล์ พูดแบบง่ายๆ ถูกโจรเรียกค่าไถ่ข้อมูลที่สำคัญ

รูปแบบการแพร่กระจายของ Ransomware
👉แฝงมาในรูปแบบเอกสาร📄แนบทางอีเมล  📧


👉แฝงตัวมาในรูปแบบของโฆษณา


👉เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อันตรายและอาศัยช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ ผู้ใช้ยังสามารถกลายเป็นเหยื่อได้โดยไม่ได้ตั้งใจเพียงเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บที่ถูกผู้ไม่หวังดีเข้ามาควบคุม


จะป้องกัน Ransomware กันอย่างไร

💾💿ทำการสำรองข้อมูล (Backup) เป็นประจำ
👍💻อัปเดตซอฟต์แวร์ในเครื่องอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันการโจมตีจากช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ได้
💪💻ติดตั้งโปรแกรมป้องกันมัลแวร์ (Anti-malware) ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์
👎📧ตรวจสอบอีเมลที่เป็นอันตรายเบื้องต้น
👱🔍ติดตามข่าวสาร ควรติดตามข่าวสารช่องโหว่หรือภัยคุกคามต่าง ๆ


ตัวอย่าง

ป้องกันตั้งแต่ระบบปฏิบัติการในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น Windows 10   

Controlled folder access คือ ความสามารถใหม่ของ Windows 10 ที่ใช้ในการป้องกันการเข้าถึงโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์งานของเรา ซึ่งอยู่ในส่วนของ Windows Defender Security Center

หลักการทำงานของ Controlled folder access ปกป้องโฟลเดอร์หลักๆ ของที่เก็บข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น
Documents
Pictures
Videos
Music
Desktop
Favorites
ตั้งค่าโปรแกรมที่อนุญาติให้เข้าโฟลเดอร์ข้างต้น



Ref ; Netwrix Corporation , Trend Micro , it.chula.ac.th , technointrend.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563

บั๊กซอฟต์แวร์

Bug ( จุดบกพร่อง ) คำนี้ที่มามีเรื่องเล่าว่า เกิดจากมีตัวแมลง ที่เข้าไปติดอยู่ในสวิตช์ relay ของเครื่องคอมพิวเตอร์ Mark II ทำให้การทำงานขัดข้องทางด้าน Hardware (เกิดการลัดวงจรขึ้น) นับแต่นั้นมาเลยใช้คำนี้กันเรื่อยมา และเวลาทำการแก้ไขจุดบกพร่องที่เกิดขึ้นนั้นได้แล้ว จะใช้คำว่า ดีบั๊ก (debug) นั้นเอง
คราวนี้ทางด้าน Software  บ้างในด้านของโปรแกรมต่างๆ ที่มีการเขียนโค้ด ถ้ามีจุดบกพร่องในการใช้คำสั่งหรือโค้ดก็หมายถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโปรแกรมอันเนื่องมาจากคำสั่งในโปรแกรมนั้นเอง ซึ่งทำให้การทำงานของโปรแกรมไม่ถูกต้อง มีข้อผิดพลาด หรือไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
 ส่วนใหญ่ผู้พัฒนา Software จึงไม่อยากให้เกิด Bug ในโปรแแกรมของตนเอง แต่มันคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะว่า Bug บางตัวเราไม่อาจจะรู้ได้เลย จนกว่า Software จะถูกนำมาใช้งานจริงๆ ดังนั้นผู้พัฒนา Software ที่เป็นสายอาชีพจริงๆหรือสมัครเล่นควรตรวจสอบด้วยตนเองอย่างละเอียด ถ้าไม่มีเวลาพอก็ควรจัดหา Software สำหรับตรวจสอบหา Bug ในโปรแกรมก่อนนำขึ้นใช้งานจริง เรียกว่า Software Tester ตรวจสอบและแก้ไขจนหมดก่อนที่จะนำไปใช้งาน แต่ในบางครั้งก็ยังมี Bug หลุดลอดออกมาได้
ดังนั้นใครที่เป็นสายพัฒนา Software จึงอย่าลืมสร้างช่องทางเพื่อให้ผู้ใช้งานได้แจ้งปัญหากลับมาด้วย เพื่อปรับแก้ไข Software ให้สมบูรณ์ที่สุดตามเงื่อนไขการใช้งาน

         



วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563

Cookie OR Session

คนเขียนเว็บและต้องการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งาน ส่วนใหญ่ใช้งาน Cookie หรือไม่ก็ Session ที่ดูเหมือนว่าจะใช้งานได้เหมือนๆกัน แต่จริงๆแล้วทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานที่ต้องการในระดับไหน มาดูรายละเอียดแต่ละตัวกัน

Cookie คือ
Cookie (เปรียบได้คือ User) เป็นไฟล์เล็กๆที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ ส่งให้เบราเซอร์เก็บเอาไว้หรือก็คือเก็บในเครื่องของผู้ใช้งาน โดยเมื่อไหร่ก็ตามที่ Cookie ถูกส่งไปเก็บไว้ในเบราเซอร์เรียบร้อยแล้ว เวลาที่ผู้ใช้ใช้งานเว็บไซต์ที่เป็นเจ้าของ Cookie เบราเซอร์ก็จะส่งข้อมูล Cookie นั้นติดไปกับ Request ต่างๆทุกครั้ง ซึ่งไฟล์ Cookie นี้จะอยู่ในเบราเซอร์ของผู้ใช้ไปตลอดจนกว่าจะถูกลบโดยผู้ใช้เอง

Session คือ
Session (เปรียบได้คือ Visit) คือข้อมูลที่เก็บเอาไว้ในฝั่ง Server โดยแต่ละผู้ใช้งานหรือก็คือเบราเซอร์หนึ่งจะถูกเก็บไว้โดยมี unique id กำกับในแต่ละ Session เอาไว้ ซึ่งตัว id ดังกล่าวจะถูกส่งไปที่เบราเซอร์และเก็บในรูปแบบ Cookie อีกที เวลาที่ผู้ใช้ ใช้งานเว็บไซต์นั้นก็จะส่ง id ไปยังเซิร์ฟเวอร์ด้วย แล้วเซิร์ฟเวอร์ะนำ id ไปดึงข้อมูล Session ที่เก็บไว้ออกมาอีกที ซึ่งข้อมูล Session จะเป็นข้อมูลชั่วคราวที่หมดอายุหลังจากที่ผู้ใช้ออกจากเว็บไป

สำหรับ Cookie และ Session จะเห็นว่ามีจุดแตกต่างกันชัดเจนในการนำไปใช้งาน
ใช้ เก็บข้อมูล

Cookie เก็บฝั่งเบราเซอร์ผู้ใช้
Session เก็บฝัง Server 

มีเวลาหมดอายุของข้อมูล

Cookie เก็บได้ถาวรจนกว่าผู้ใช้จะลบ
Session นับเวลาหมดอายุหลังผู้ใช้ปิดเว็บ


ยากจะแนะนำการนำไปใช้งานนั้นแตกต่างกันแต่ละตัว

Cookie 
จะเหมาะกับการเก็บข้อมูลที่นำไปใช้ได้อย่างถาวร หรือใช้ได้เป็นเวลานานจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เช่นข้อมูลการตั้งค่าต่างๆที่ผู้ใช้งานเป็นคนกำหนดไว้ โดยสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดก็คือไม่ควรเก็บข้อมูลที่เป็นความลับอย่างรหัสผ่านต่างๆเอาไว้ใน Cookie เพราะการที่ข้อมูลอยู่ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ทำให้อาจจะถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้

Session
การที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้ทุกประเภท อย่างเช่นข้อมูลการเข้าสู่ระบบ 
ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเว็บได้โดยทำการเข้าสู่ระบบแค่ครั้งเดียว


ทั้ง Cookie และ Session นั้นก็ล้วนมีข้อดีและข้อเสียต่างกันออกไป แค่เราต้องเลือกใช้กับให้เหมาะสมกับงานที่เราออกแบบว่าสำคัญขนาดไหน


ref; borntodev.com /  hooktalk.com

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล PDPA (Personal Data Protection Act)

เป็นกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย อะไรคือ ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร มันคือข้อมูลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทางตรงก็คือข้อมูลตรงไปตรงมา เช่น ชื่อ สกุล อายุ เลขบัตรประชาชนสิบสามหลัก ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ
ทางอ้อมก็คือ ข้อมูลที่จะนำไปแยกแยะได้ว่าเราคือใคร และเอาไปใช้ติดตามบุคคลได้ 
และมันมีความสามารถในการเชื่อมโยงกับข้อมูลอื่นๆ ข้างนอก แล้วบอกได้ว่าใครเป็นใคร
ตัวอย่างเช่น บัญชีออนไลน์นี้ เคยซื้อของออนไลน์หมวดหมู่ของใช้ในบ้าน และมีรูปแบบการซื้อของใหม่ซ้ำทุกๆ สองเดือน คนเดียวกันนี้อาจโดยสารรถไฟฟ้าแล้วขึ้นลงที่สถานีหนึ่งๆ เป็นประจำ หรือเติมน้ำมันที่ปั๊มใด ละแวกใด สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาระบุตัวตนคนคนหนึ่งและลักษณะการใช้ชีวิตส่วนตัว



กฎหมายข้อมูลจึงเป็น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทุกคนในสังคมเรา เรามีสถานะเป็น "เจ้าของข้อมูล"

ที่ไปใช้บริการต่างๆ หัวใจหลักของกฎหมายบอกว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของเรา เมื่อให้ใครไปแล้ว
เขาจะต้องเอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์และความจำเป็น คือ นำไปใช้เท่าที่บอกว่าจะใช้ ไม่เอาไปใช้งานอื่นเกินเลยนอกจากนี้ เมื่อมีข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ก็ต้องเก็บรักษาและใช้มันอย่างปลอดภัย จะเผยแพร่ต่อให้คนอื่นไม่ได้ถ้าไม่ได้ถามเราก่อน และเราในฐานะเจ้าของข้อมูล สามารถบอกเลิกการครอบครองข้อมูลนั้นได้

เวลานี้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกประกาศใช้มาเกือบครบหนึ่งปีแล้ว คือประกาศมาตั้งแต่
วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 แต่กำหนดว่าบางหมวดนั้นจะยังไม่บังคับใช้ทันที จะให้เวลาหนึ่งปีเพื่อให้
เตรียมตัว ก่อนจะบังคับใช้กฎหมายทั้งฉบับในวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ความกังวลที่หลายฝ่ายอาจ
รู้สึกว่ายังไม่พร้อม ก็คือกลัวว่า หากหน่วยงานจำนวนหนึ่งทำอะไรผิดพลาดไปแล้วจะทำให้โดนจับ
หรือไม่ซึ่งดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเนื้อหาใจความหลักของกฎหมาย เน้นเป็นกฎหมายที่เอา
ไว้ใช้ระบุมาตรฐานการทำงาน ไม่ใช่กฎหมายแบบแมวจับหนู และหากมีอะไรไม่เข้ามาตรฐานก็ยังมี
มาตรการแจ้งบอกและตักเตือน

ขอแนะนำการใช้ชีวิตแบบ NEW Normal 
ในความหมาย บัญญัติศัพท์ "New normal" หมายถึง ความปรกติใหม่ หรือฐานวิถีชีวิตใหม่
เราทุกคนในฐานะประชากรที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้คงต้องอยู่ภายใต้กฏกติกาเดียวกันไม่ว่าจะเป็น
กฏทางสังคม กฏทางใช้ชีวิต หรือแม้แต่กฏทางธรรมชาติ ใครละเมิดต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง

 ref;/it24hrs ,  ราชบัณฑิตยสภา ,กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

NDID (National Digital ID)

หลายปีที่ผ่านมานี้ คนไทยคงเคยได้ยินคำว่า Digital ID โดยเฉพาะในยุคที่กระบวนการและธุรกรรมต่างๆ ถูกยกขึ้นสู่โลกดิจิทัล ซึ่งนำมาเปลี่ยนแปลงการใช้วิธีการแบบเดิมมากมาย ทั้งความรวดเร็วจากการส่งข้อมูลในรูปแบบไฟล์บนอินเทอร์เน็ต ลดต้นทุนดำเนินการจากวัสดุและการเดินทางไปได้มากแต่ก็ใช่ว่า
การทำธุรกรรมทางดิจิทัลมีข้อดีอย่างเดียว เพราะทุกธุรกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือระหว่างกัน ซึ่งกระบวนการทางดิจิทัลยังมีช่องโหว่ในจุดนี้ จากเหตุปลอมแปลงเอกสารและการปลอมแปลงตัวตนที่เกิดขึ้นหลายรูปแบบและส่งผลกระทบมากมาย
Digital ID คืออะไรและสำคัญอย่างไร
Digital ID คือคำกว้างๆ ที่สื่อถึงกระบวนการและขั้นตอนการยืนยันตัวเองด้วยช่องทางดิจิทัล ซึ่งมีวิธีการและขั้นตอนที่แตกต่างกันตามแต่กำหนด แต่ทั้งหมดล้วนคิดขึ้นเพื่อการระบุอัตลักษณ์และคุณลักษณะของบุคคล (Identity) ทางดิจิทัล (Digital Identity) เหมือนกัน
               ปัจจุบัน หลายประเทศได้คิดค้นระบบนี้เพื่อใช้งานกับประชาชนในประเทศโดยมีมาตรฐานที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้ระบุคำนี้ว่า “ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล”

ปัจจุบัน ระบบนี้จะใช้คำอธิบายองค์ประกอบอ้างอิงจากมาตรฐาน NIST 800-63-3 Digital Identity Guideline ของสหัรฐอเมริกา ซึ่งมีองค์ประกอบในกระบวนการอยู่ 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่

  • Entity ผู้ขอใช้บริการพิสูจน์อัตลักษณ์ ซึ่งก็คือประชาชนทั่วไปอย่างเราที่ต้องพิสูจน์ตัวตนก่อนใช้บริการ รวมถึงนิติบุคคลที่ต้องการใช้บริการด้วย
  • IdProvider ผู้ให้บริการด้านการเข้าถึงข้อมูล ทำหน้าที่บริหารข้อมูลในกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลแก่ผู้ใช้และ Relying Party
  • Authorising Source หน่วยงานผู้เข้าถึงหรือเป็นเจ้าของข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลดิจิทัล เป็นผู้ยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูลบุคคล มักเป็นหน่วยงานเก็บข้อมูลซึ่งทำหน้าที่นี้อยู่เดิม ได้แก่ กรมการปกครอง หรือ สำนักงานเครดิตบูโร
  • Relying Party ผู้ให้บริการที่ต้องการข้อมูลยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ เพื่ออนุมัติให้ผู้ใช้ได้รับบริการบางอย่าง โดย Relying Party จะขอข้อมูลจาก IdProvider และ Authorising Source

ในการทำงานของระบบนี้จะมีกระบวนการที่ประชาชนทั่วไปใช้งานหลักๆ อยู่ 2 กระบวนการ ได้แก่กระบวนการพิสูจน์ตัวตน (Identification) และขั้นตอนการยืนยันตัวตน (Authentication)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • การขอเอกสารราชการ ปัจจุบันการติดต่อกับราชการเพื่อขอเอกสารต่างๆ มีกรรมวิธีที่ซับซ้อนเพื่อความปลอดภัยซึ่งสิ่งที่ตามมาคือกระดาษและขั้นตอนต่างๆ ที่นับเป็นต้นทุนทางการเงินและเวลา ซึ่งหากเราสามารถนำ NDID มาใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตนก็จะช่วยลดการใช้งานเอกสารรูปแบบกระดาษลงไปได้มาก โดยสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วที่ประเทศอังกฤษ​ซึ่งลดต้นทุนเอกสารสำหรับดำเนินการได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์
  • มิติใหม่ของการทำธุรกรรม ไม่เพียงแต่การติดต่อกับราชการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกรรมที่ต้องดำเนินการกับภาคการเงิน NDID จะเข้าไปมีส่วนช่วยให้การติดต่อทำธุรกรรมเกิดขึ้นได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางดิจิทัล และปลอดภัยมากขึ้นจากกระบวนการยืนยันตัวตนอันยากต่อการปลอมแปลง ความสะดวกรวดเร็วจากกระบวนการที่สามารถเกิดขึ้นทางดิจิทัลมีส่วนช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น หากประชาชนสามารถยื่นเอกสารดิจิทัลขอเงินกู้และทราบผลทางออนไลน์ได้ในเวลาอันสั้น ก็ะจะลดต้นทุนดำเนินการไปอย่างมาก ซึ่งหากทุกคนได้ใช้ระบบนี้ก็จะนำไปสู่การลดต้นทุนทางเศรษฐกิจในภาพรวม


จากข้อมูลข้างต้น ณ ปัจจุบัน จึงเกิดโครงการ National Digital ID หรือ NDID ที่ใช้เพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีตัวกลางคือ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด จะทำหน้าเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน และได้ถูกใช้งาน ดังคลิปแสดงถึงวิธีการเปิดบัญชีใหม่ข้ามธนาคารโดยไม่ต้องไปที่ธนาคารที่ต้องการเปิด และอนาคตอาจเผยแพร่วิธี NDID ไปตามสาขาอาชีพอื่นด้วย

Ref;techsauce.co , brandinside.asia , beartai

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Dev

Dev เป็นคำย่อจากคำว่า Developer ซึ่งหมายถึงนักพัฒนาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Website, Mobile Application รวมไปถึง Artificial Intelligence. นักพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา Technology ใดๆก็ตาม จะเรียกว่า Developer ทั้งสิ้น



ปัจจุบันคำว่า Programmer vs Developer vs Coder ในสายอาชีพแถบจะทำงานคล้ายคลึงกันมาก
เพราะจุดมุ่งหมายเหมือนกันคือ ทำให้มนุษย์ติดต่อสื่อสารและใช้งาน device ได้ง่ายและสะดวกขึ้น
Developer ที่ดีควรต้องฝึกฝน และ ปฏิบัติ จนเกิดเป็นอุปนิสัยของตนเอง (ลายเซ็นต์วิธีเขียนโค้ดตัวเอง)
Developer ที่เป็นนักพัฒนาที่ดีควรวิธีพัฒนา

  • เขียน code ที่มีคุณภาพสูง
  • พัฒนาระบบให้อยู่ภายในงบประมาณที่กำหนด
  • ทำให้ลูกค้ามีความสุข ด้วยการส่งมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้ดีที่สุด


ฉะนั้นแนวคิดก่อน Developer มาเป็นนัก Dev ที่ดีควรทำ
1. Testing
Code ที่เขียนขึ้นมานั้นต้องถูกทดสอบเสมอเพื่อทำให้เราค้นพบความผิดพลาดได้รวดเร็วที่สุด
และใช้ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขถูกมาก
2. Prototype และ Wireframe
หนึ่งในวิธีการที่ดี คือ การวาดภาพ ซึ่งมักเรียกกันว่า Prototype และ Wireframe
มันทำให้การพูดคุยชัดเจน และ เห็นภาพในสิ่งที่ทุกคนเข้าใจ
3.Online community และ forum หรือ web board
การเข้าไปมีส่วนร่วมใน community ต่าง ๆรวมทั้ง forum หรือ web board ต่าง ๆ
เพื่อให้เกิดการแบ่งปัน ทั้งให้ และ รับ ทั้งการพูดคุยการแก้ไขปัญหาต่างๆ
4. หัดใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เช่นเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ source code
เครื่องมือสำหรับช่วยหา bug
5. ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน อย่าเร่งรีบและอย่ารีบร้อน รวมถึงอย่ากลัวที่จะผิดพลาด 
เพราะไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบในครั้งแรกและได้มาโดยง่ายๆ
6. เรียนรู้อยู่อย่างสม่ำเสมอ
ในโลกของ IT สิ่งที่ Developer ทุกคนควรทำเสาะแสวงหาและเรียนรู้เรื่องใหม่อยู่เป็นนิด
จาก blog, feed, social และ forum/web boardและควรจะต้องคัดกรองเฉพาะเรื่อง
ที่สนใจมีประโยชน์เท่านั้น
        หลายคนใช้เวลาว่างศึกษาค้นคว้าและพัฒนาสิ่งที่ตนเองสนใจ จนทำให้ตัวเองเป็นนัก Dev
ที่เก่งและเชียวชาญโดยไม่รู้ตัว ผมหวังว่าเนื้อหาจะสามารถจุดประกายให้อีกหลายๆ คนได้ไม่มากก็น้อย
เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับตัวเอง ใน ยุค New Normal ที่จะเกิดต่อไป

rfe;somkiat.cc, alenibric.com.tr

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ดำรงชีวิตกับเทคโนโลยีในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19

การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย พ.ศ. 2563 เริ่มต้น ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2563
โดยเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยยืนยันรายแรกนอกประเทศจีน การแพร่เชื้อท้องถิ่นที่มีรายงานรายแรก
มีการยืนยัน เมื่อวันที่ 31 มกราคม จำนวนผู้ป่วยยังมีน้อยตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ต่อมาจำนวนผู้ป่วย
เพิ่มขึ้นมากในกลางเดือนมีนาคม ซึ่งกลุ่มใหญ่สุดเกิดที่การชกมวยไทย ณ สนามมวยเวทีลุมพินี
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ผู้ป่วยยืนยันแล้วเพิ่มเกิน 100 คนต่อวัน มีผู้ป่วยตายในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่โรคนี้
ทำให้เกิดอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ (เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่) โดยมีอาการอย่างเช่น
ไอเป็นไข้ และหายใจลำบากในรายที่มีอาการรุนแรง คุณป้องกันตัวเองได้ด้วยการล้างมือบ่อยๆ
ไม่เอามือสัมผัสใบหน้า และหลีกเลี่ยงการพบปะใกล้ชิด (ระยะ 1 เมตรหรือ 3 ฟุต) กับคนที่ไม่สบาย
ยังไม่มีคิดค้นวัคซีนป้องกัน ประเทศไทยขณะนั้นได้เริ่มป้องกันการแพร่ระบาด


โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า Social Distancing, Quarantine
สิ่งที่ควรทำ

  • ล้างมือบ่อยๆ เป็นเวลา 20 วินาทีด้วยสบู่และน้ำหรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • ใช้กระดาษทิชชู่หรือข้อพับตรงข้อศอกด้านในปิดปากและจมูกขณะไอหรือจาม
  • หลีกเลี่ยงการพบปะใกล้ชิด (ระยะ 1 เมตรหรือ 3 ฟุต) กับคนที่ไม่สบาย
  • อยู่บ้านและกักตัวเองให้ห่างจากคนอื่นในบ้านหากรู้สึกไม่สบาย

รัฐบาลเห็นว่าจะเกิดการแพร่ระบาดรุนแรง วันที่ 25 มีนาคม รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขต
ท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 30 เมษายน โดยมีระบุสิ่งที่ห้ามทำและให้ทำ
 ก่อนที่โรคจะแพร่ระบาดไปมากกว่านี้บริษัทห้างร้านต่างๆ รวมถึงประชาชนเกิดการปรับตัวในการใช้ชีวิตเช่น การปิดออฟฟิศและอนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ Work from home หรือ สั่งของออนไลน์มากขึ้นทำให้ระบบดิจิตอลในสาขาต่างๆ เกิดและเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต

           1. Work From Home

           ชีวิตการทำงานที่ต้องเดินทางทุกวัน พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา ท่ามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสกำลังรุนแรงมากขึ้น ผู้ติดเชื้อในไทยก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้หลาย ๆ บริษัทประกาศให้พนักงาน Work From Home แล้ว ดังนั้นการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้สามารถติดต่อสื่อสารและทำงานที่บ้านได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยแอปพลิเคชันอย่าง Line, Facebook Messenger, Slack, Zoom หรือ Hangouts ก็เป็นตัวเลือกในการติดต่อสื่อสารและการประชุมออนไลน์ หรือแอปพลิเคชั่นส่งไฟล์งานอย่าง Google Drive, Dropbox และ Google Docs ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้ตามสะดวก

          2.Study From Home

การหยุดเรียน ปิดสถานศึกษา เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส 
มหาวิทยาลัยหลายแห่งทยอยงดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย แล้วมาจัดการสอนใน
รูปแบบออนไลน์เพื่อไม่ให้นักศึกษาต้องเดินทางมาเรียน รวมถึงการหลีกเลี่ยงการรวมเป็น
กลุ่มของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยโดยอาจารย์และนักศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอน
สั่งงานออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆเช่น Google Classroom, Facebook Group, 
Facebook Live หรือ Zoom

          3.Virtual Event

มาตรการงดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากเป็นอีกมาตรการหลักจากภาครัฐและองค์กรธุรกิจ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และอาจควบคุมการระบาดไม่ได้หากมี
ผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรมดังนั้นหลายกิจกรรมจึงหันไปจัดผ่านระบบออนไลน์แทนไม่ว่าจะเป็นองค์กรใหญ่ๆ อย่าง Google, Facebook หรือ Apple ก็ปรับรูปแบบของงานประจำปีเป็นระบบออนไลน์ รวมถึงโปรแกรมงานต่างๆ ก็นำเสนอกิจกรรมทั้งหมดผ่านคีย์โน้ตและเซสชั่นออนไลน์

        4.E-commerce

การสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Lazada, Shopee, JD central เป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คนเลือกที่จะสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมาตุนไว้ที่บ้านและหลีกเลี่ยงการออกไปที่สาธารณะมากขึ้น กลุ่มสินค้าที่มีความต้องการสูงในช่วงนี้ก็เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม อุปกรณ์ทำความสะอาด ตลอดจนของใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต

            สิ่งที่โลกทั้งใบหวาดกลัวไม่ใช่เชื้อโรค แต่คือ มนุษย์


ref; thumbsup.in.th

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563

คิดเป็น เปลี่ยนตนเอง เปลี่ยนโลก

Mindset คือมุมมอง ความคิด ความเชื่อ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมและการใช้ชีวิต เราเลือกได้เมื่อ
มีสติในโลกนี้มีคนอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือคนที่เปิดกว้างที่จะเรียนรู้ กับคนที่ปิดกั้นตัวเอง
จากการเรียนรู้ วิธีคิดที่แตกต่างทั้งสองแบบนี้ส่งผลกระทบกับมุมมองที่มีต่อโลกต่อตนเองและ
คนรอบๆ ตัวเรา

Growth Mindset (แนวคิด Carol Dweck) คนที่เปิดกว้างที่จะเรียนรู้

             แนวความคิดแบบนี้เปรียบเสมือนคิดบวกกับชีวิตตนเอง คนแบบนี้ไม่ว่าจะไปทำงาน
ที่ไหนงานอะไร ก็จะทำให้งานนั้นๆ มีคุณภาพและดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนแบบนี้มักจะมีลักษณะ
และแนวคิดแบบนี้




Fixed Mindset คนที่ปิดกั้นตัวเอง จากการเรียนรู้ 

            แนวความคิดแบบนี้เปรียบเสมือนคิดลบกับชีวิตตนเอง คนแบบนี้ไม่ว่าจะไปทำงาน
ที่ไหนงานอะไร ก็จะทำให้งานนั้นๆ ด้อยคุณภาพและย้ำกับที่เรื่อยๆ เพราะคนแบบนี้มักจะมี
ลักษณะและแนวคิดแบบนี้




 บทความนี้พยายามแสดงให้เห็นว่า คนเราคิดแตกต่างกันได้ แต่คิดให้มีประโยชน์ต่อตนเอง
หรือสังคม ก็ต้องกำหนดตัวเองว่าจะคิดไปทางด้านไหนถึงจะทำให้ชีวิตดีขึ้น มีความสุขขึ้น
ถ้าจะพูดถึงงานด้าน IT เช่น สายนักเขียนโปรแกรม , งานด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบ
งานด้านผู้ดูแลระบบเครือข่าย , งานด้านเว็บไซต์ , งานด้านสายฐานข้อมูล 
, งานด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก , งานด้านการออกแบบ/เขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์/งานสามมิติ
, งานด้านผู้สนับสนุนไอที , งานด้านสายผู้สอนหลักสูตรไอที / ฝึกอบรมด้านไอที , งานด้าน
ที่ปรึกษาไอที คนที่ทำงานในด้านนี้จำเป็นต้องเป็นคนที่เปิดกว้างที่จะเรียนรู้ นะจะบอกให้
บริษัท ห้างร้า่น หน่วยงานต่างๆ มักจะชอบคนประเภทนี้ ไม่เกี่ยงค่าจ้าง นะ


ref ; Trainer Backpacker , willpower